- How to get attention from the public -
January 15th, 2010 Posted by: - White -

เราอยู่ในยุคของการแย่งชิงกันป่าวประกาศข้อความของสินค้า, บริการ และรวมถึงตัวตนของผู้คนที่จะเรียกความสนใจจากสาธารณะ ไปไหนมาไหนทุกวันนี้จึงเป็นเหมือนเดินอยู่กลางตลาดสดพร้อม ๆ กันซักสิบแห่ง ... หนวกหู, วุ่นวาย ไร้ระเบียบและไร้ความปราณี
ในประเทศไทยที่กฎหมายไม่ค่อยมีความหมายกับคนมีตังค์ ห้างสรรพสินค้าจึงปล่อยให้ใช้เสียงโฆษณาของใครต่อใคร เปิดลำโพงดัง ๆ พ่นใส่ผู้บริโภคตั้งแต่ลูกเด็กเล็กแดงยันคนเฒ่าคนแก่ ผลที่ตามมาก็คือ ไม่รู้ว่ามันพูดอะไรเพราะห้างก็เปิดเพลงเสียงดัง, มันเองก็เปิดลำโพงดัง คนอื่นก็เปิดลำโพงดังไม่แพ้กัน ...
จากเสียงสู่ภาพที่ประโคมใส่ก็เช่นกัน ทั้งภาพดาราและเซเล็บต่างก็ประโคมกันใส่ไม่ยั้ง

เนื่องจากอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้มานานนับปีจนเริ่ม “รับได้และชินชา”
ถูกกรอกใส่หู, ถูกประโคมใส่ตาอยู่ทุกวัน
คนไทยจึงกลายเป็นคนหูตึง... และไร้รสนิยมลงเรื่อย ๆ
เมื่อข้อจำกัดน้อย ไม่มีใครใส่ใจ คนทำงานก็กลวงไปวัน ๆ
เดี๋ยวนมดารามั่ง, เดี๋ยวนมเซเล็บมั่ง ... ง่ายดี
ผลที่ออกมาก็เห็นได้ชัดเพราะคนไทยจะถ่ายรูปหรือเลือกซื้อชุดไปงานแต่งงานก็มีภาพลักษณ์เดียวคือ ... แต่งตัวเหมือนเซเล็บ, โพสท์ท่าเหมือนดาราและเซเล็บ ... เหมือนกันทั้งประเทศ ปฎิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งและส่วนใหญ่มาจากการปล่อยให้ประโคมใส่กันไม่ยั้งโดยไม่ได้ใช้กรอบของกฎหมายเข้าไปดูแล
........................................................
ต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาดูแลผู้บริโภคอย่างเต็มที่ ไม่ปล่อยให้สิทธิส่วนบุคคลถูกบรรดา ((ครีเอทีฟหัวกลวง+ผู้ผลิตและห้างสรรพสินค้าที่เห็นแก่ได้)) ร่วมกันล่วงละเมิดเอาได้ง่าย ๆ ... เมื่ออยู่ในประเทศที่มีข้อจำกัดมากขึ้น ครีเอทีฟก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อเรียกความสนใจจากผู้บริโภคโดยไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของสาธารณะ
ลองนึกถึงงานโฆษณาให้กับสวนสัตว์...
ถ้าเป็นเมืองไทยก็คงจะหนีไม่พ้นการถ่ายทำดาราหรือเซเล็บซักคนใส่เสื้อสายเดี่ยวเบา ๆ พร้ิว ๆ แล้วเอางูหลามพาดคอ มือข้างนึงกำคองูหลามเอาไว้แล้วยิ้ม “บัตเตอร์เค้กรักสัตว์ค่ะ”
สวนสัตว์ในโคเปนเฮเกนว่าจ้างให้ Bates Y&R เดนมาร์กทำงานโฆษณาที่จะเรียกความสนใจจากสาธารณะชนได้แรงพอ ภายใต้กรอบกฎหมายสิทธิและเสรีภาพของสาธารณะชน ผลงานจึงออกมาแบบนี้

ทั้งงานความคิดสร้างสรรค์ และผลงานทางศิลปะนั้นยอดเยี่ยม
ถ้าคุณดูจากแสงที่สะท้อนอยู่บนตัวงู เงาบนรถที่งูพาดอยู่ เขาพยายามที่จะใช้ความสามารถทางศิลปะอย่างเต็มที่ที่จะหลอกตาคนดูให้เหมือนของจริงให้มากที่สุด แม้กระทั่งรายละเอียดเหนือซุ้มล้อรถบัสที่แตกเพราะแรงบีบรัด ...

ทั้งตัวรถสีเหลืองและงูถูก “วาด” ขึ้นมาใหม่จนเนียน ((วาดในที่นี้ผมรวมถึงการถ่ายภาพ + รีทัช)) ตัวรถเดิมที่ไม่เกี่ยวข้องกับเฟรมดังกล่าวก็ถูกพ่นสีดำเพื่อพรางไปเป็น Background ซะ ...
ข้อจำกัดนั้นทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้เสมอ
ผลงานอันยอดเยี่ยมนี้เป็นฝีมือของ
Advertising Agency: Bates Y&R, Copenhagen, Denmark
Creative Director: Ib Borup
Art Director: Peder Schack
Agency Producers: Josephine Winther-Poupinel, Steen Nøhr
