- The John Cooper Works ((and the MINI)) -
October 14th, 2008 Posted by: - White -

เมื่อหลายวันก่อนเห็นตั้มพูดถึงเรื่องมินิคูเปอร์สขึ้นมา
พี่ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าเรื่องนี้น่าเขียนถึงเหมือนกันครับ
เพราะคนชอบมินิก็ต้องรู้ว่า “ตัวเจ็บ” ที่ใคร ๆ ก็หลงรักนั้น
ต้องมีเจ้า “คูเปอร์” และ “คูเปอร์เอส” ((แอบมี “คลับแมน” ของพี่ด้วย)) แน่นอน
เรามาทำความรู้จักกับผลงานของ จอห์น คูเปอร์ กันดีกว่าครับ
John Cooper - จอห์น คูเปอร์ เป็นเจ้าของร่วม
ในบริษัท คูเปอร์ คาร์ จำกัด ในอังกฤษซึ่งก่อตั้งร่วมกับพ่อของเขา
ซึ่งเจ้าอู่รถยนต์เล็ก ๆ รายนี้กลายมาเป็นผู้เปลี่ยนโฉมหน้า
ของวงการแข่งรถยนต์ฟอร์มูล่าวันไปตลอดกาล
อู่คูเปอร์นี้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถแข่ง
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้น ชาร์ลส ((คูเปอร์คนพ่อ))
และจอห์น ได้ร่วมอยู่ในกองทัพอังกฤษในฐานะช่างซ่อมบำรุง
เมื่อสงครามสงบ พวกเขาก็มีอะไหล่จำนวนมากที่กองทัพต้องทิ้ง

รถแข่งแบบที่นั่งเดี่ยวคันแรกในโลกก็ถือกำเนิดขึ้นในอู่คูเปอร์นี้เอง
โดยเริ่มจากเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ ส่งผ่านกำลังด้วยโซ่ไปที่ล้อ
รถยนต์ของพวกเขาสร้างขึ้นเพื่อการแข่งเท่านั้นครับ
ธุรกิจของพวกเขาก็คือ เอารถออกไปแข่งวันอาทิตย์ ((ซึ่งขับโดยจอห์น))
เมื่อแข่งชนะ แล้วก็ขายรถที่ชนะการแข่งออกไปได้ในวันจันทร์
เสร็จแล้วก็กลับมาสร้างรถคันใหม่ต่อไปทีละคัน
หลังจากนั้นพวกเขาก็ค่อย ๆ พัฒนารถแข่งให้ดีขึ้น
ฉากสำคัญเกิดขึ้นเมื่ออู่คูเปอร์เปลี่ยนตำแหน่งเครื่องยนต์
จากเดิมที่อยู่ด้านหน้าห้องโดยสาร เอาไปไว้ข้างหลังคนขับเพื่อทำให้การทรงตัวดีขึ้นกว่าเดิมในขณะเข้าโค้ง
การออกแบบของพวกเขาได้ผลดีเยี่ยมในการแข่งขัน
ตั้งแต่รุ่น Cooper 500 ก็เริ่มได้รับความสนใจจากนักแข่งคนอื่น
Bernie Ecclestone เจ้าของกิจการผู้จัดแข่งฟอร์มูล่าวันคนปัจจุบัน
ซึ่งตอนนั้นยังเป็นนักแข่งอายุน้อยคนหนึ่งที่เป็นลูกค้าของคูเปอร์ด้วย
จากนั้นมา การวางเครื่องหลังคนขับกลายเป็นการปฎิวัติวงการรถแข่ง
และยังคงใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ครับ

รุ่นนี้จะเห็นชัดแล้วว่าเอาเครื่องยนต์ไปวางหลังคนขับ
จำแถบสองเส้นนี้เอาไว้นะครับ นี่ละที่เป็นเอกลักษณ์ของ “รถแข่งคูเปอร์”
GNU Free Documentation License
รถแข่งของคูเปอร์กวาดรางวัลในระดับ Formula 3 ในช่วงนั้นเรียบ
ทำให้ยอดขายของพวกเขาขึ้นไปอยู่ในระดับสามร้อยคันในรอบสี่ปี
พวกเขาค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ ปรับโน่นเปลี่ยนนี่
เลื่อนระดับขึ้นมาที่ Formula 2 ได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้บ้าง
หลังจากที่ปรับตัวได้ก็เริ่มกวาดชัยชนะอีกครั้ง...
มีบางช่วงที่ “ข้ามห้วย” ไปแข่งถึงสหรัฐอเมริกา
พวกเขาลงสู่สนามอินเดียนาโปลิส สปีดเวย์อันเลื่องชื่อ
เพื่อทดสอบความสามารถของพวกเขาเอง
ด้วยรถยนต์ “ทรงประหลาด” ในสายตาคนอเมริกัน
แต่พวกเขาจบการแข่งขันระยะทางห้าร้อยไมล์ ด้วยเครื่อง 500 ซีซี
ในอันดับที่เก้า... ไม่ถึงกับเยี่ยม แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีหลังจากนั้นไม่กี่ปี ค่ายโลตัส ได้ชัยชนะในสนามนี้เป็นครั้งแรก
เป็นครั้งแรกที่มีรถชนะด้วยเครื่องยนต์วางหลังคนขับ...
อานิสงค์นี้มาจาก “คูเปอร์การาจ” นั่นเองครับ

รถแข่งของทีมโลตัสที่เป็นทีมแรกที่ชนะด้วยรถที่มีเครื่องยนต์วางหลัง
Creative Commons License
ในที่สุด ทีมคูเปอร์ก็ขึ้นสู่ระดับ Formula 1
เทคโนโลยีรถแข่งที่นั่งเดี่ยว Single-Seaters ของพวกเขา
ได้รับการยอมรับและนำไปใช้โดยทีมดัง ๆ มากมาย
ทั้งเฟอร์รารี่, โลตัส และ บีอาร์เอ็ม
ทีมคูเปอร์นั้นสะดุดลงเอาตอนที่ จอห์น คูเปอร์ได้รับบาดเจ็บ
จากอุบัติเหตุรุนแรงบนถนนในปี 1963
ต่อมาในปี 1964 ชาร์ลส คูเปอร์ คนพ่อได้เสียชีวิตลงอีก
ทำให้จอห์น คูเปอร์ ต้องต่อสู้ศึกพร้อม ๆ กันหลายด้าน
เขาจึงตัดสินใจขายทีมแข่ง Cooper Formula One team
จบลงด้วยสถิติการแข่งเก้าปี 129 เรซ, เป็นผู้ชนะ 16 เรซ
——————————————————
ทั้งหมดที่เล่ามา เป็นประวัติอันเกรียงไกรของ จอห์น คูเปอร์ ครับ
ทำให้เราได้เห็นความสามารถของเขาในด้านรถแข่ง
ทั้งเป็นผู้ออกแบบ เป็นผู้ผลิต และเป็นนักแข่งเองด้วย
และด้วยความเป็นผู้ผลิตรถยนต์ชาวอังกฤษ
ผู้ที่ต้องไปต่อกรกับยอดฝีมือของยุโรปนี่เอง
ทำให้ในช่วงสุดท้ายของชีวิตการแข่งในสนาม
เขาเริ่มมีส่วนร่วมกับค่าย British Motor Corporation
ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ MINI ตั้งแต่ยุคแรกจอห์นเข้าไปร่วมกับ BMC ในฐานะ “นักออกแบบกิตติมศักดิ์”
โดยเริ่มต้นร่วมงานกับดีไซน์เนอร์คนเดิม Alec Issigonis
ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด MINI ขึ้นมาในค่าย BMC แห่งนี้
MINI ทำตลาดมาก่อนหน้านี้ด้วยสองแบรนด์ในค่ายเดียว
นั่นก็คือ Morris MINI และ Austin MINI
ดังนั้น เมื่อจอห์น คูเปอร์เข้ามามีส่วนร่วม
ในการวางเครื่องยนต์ที่ดุดันขึ้น, เบรกใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
รวมถึงสีภายนอกที่ได้รับการเปลี่ยนโฉมไปใหม่ทั้งหมด
โดยจะสังเกตดูได้จากแถบสีสองแถบที่คาดไปตามแนว
เป็นลักษณะอันโดดเด่นที่เอามาจากรถแข่ง F1 ของคูเปอร์
Austin Mini Cooper
และ
Morris Mini Cooper
ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

1963 Austin MINI CooperGNU Free Documentation License
หลังจากนั้นไม่นาน มินิคูเปอร์ก็กลายเป็นดาวดวงใหม่
ด้วยความแรง, ประสิทธิภาพสูงและความสวยงาม
จอห์น คูเปอร์ ยังคงทำตลาดด้วยวิธีเดิมนั่นคือ
เอาออสติน มินิ คูเปอร์ และ มอร์ริส มินิ คูเปอร์ ลงแข่ง
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแข่งแรลลี่ และก็ชนะบ่อยซะด้วย

1964 Morris MINI Cooper S - คันนี้เป็นแชมป์แรลลี่ที่ มอนติ คาร์โล ในปี 1965
GNU Free Documentation License
มินิ คูเปอร์ในช่วงเริ่มต้นขายได้ทั้งหมดแสนกว่าคัน
ก่อนที่จะจบการผลิตในยุคแรกเมื่อปี 1971

ดังนั้น เมื่อ MINI ตกมาอยู่ในมือของค่าย BMW
MINI Cooper และ MINI Cooper S ก็ยังคงความเป็น “ตำนาน” เอาไว้
ด้วยเรื่องราวความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในสนาม Formula 1 ยุค 60
เรื่องราวเหล่านั้นได้รับการถ่ายทอดลงใน มินิ คูเปอร์ ทุกรุ่น
แม้แต่ในปัจจุบัน ทีมงานของบีเอ็มก็ยังคงรักษาแนวคิดเดิมเอาไว้
เครื่องต้องแรงสุด ๆ , ประสิทธิภาพต้องเยี่ยมที่สุด
และการออกแบบยังต้องสวยที่สุดด้วย
คูเปอร์ในยุคใหม่จึงมีของเล่นให้แต่งกันเพียบจริง ๆ ครับ

เสียดายที่ตั้มเขียนบอกพี่ช้าไปหน่อย
ก่อนหน้านั้นสองวันพี่เพิ่งจะปฎิเสธเซลล์มินิที่โทรมาชวนไปลองขับ
เพราะพี่แอนน์ก็คงไปดูอย่างเดียว พี่ไปขับคนเดียวคงไม่มันส์
เลยปฎิเสธน้องเค้าไปทางโทรศัพท์ว่าบังเอิญพี่ไม่ว่าง
พี่เคยดูคลับแมนเอาไว้ ตอนนี้มีคูเปอร์ใหม่มาให้ลองด้วย
อดเลย....
