Home : Blog-a-zine :Section: Open House :Category: About AnneFriday

เมื่อหลายปีก่อน มีคนถามว่าทำเว็บไปทำไม? ทำแล้วได้อะไร?
คนเข้ามาดูแอนน์ฟรายเดย์ไม่เห็นเยอะเลย
สู้พันทิพ, สนุกไม่ได้ ที่โน่นที่นี่ เว็บโน้นเว็บนี้คนเยอะกว่า

ผมก็พยายามที่จะตอบ
พยายามค่อย ๆ อธิบายเรื่องของเว็บให้ฟังจนเข้าใจทุกครั้ง
รวมถึงแนวคิดของอินเทอร์เน็ทที่เปิดให้ผู้คน “สร้างฝัน” ของตัวเอง
จะเว็บเล็กจะเว็บใหญ่ จะคนดูมากหรือคนดูน้อย
ก็ทำได้ทันทีด้วยตัวเอง... อธิบายไปก็คงเข้าใจขึ้นมาบ้าง

แต่ซักวันนึงก็มีคนเข้ามาถามใหม่อีก
จนทุกวันนี้ก็มีคำถามแบบนี้เข้ามาให้ได้ยินเสมอ
ผมขอพูดตรง ๆ ว่าเบื่อเหมือนกันนะ
กับการที่จะตอบเรื่องราวซ้ำซาก จากคนซ้ำซากแบบนี้

........................................................................................
ขออภัยถ้าหากอ่านแล้วรู้สึกได้ว่ามันรุนแรงเกินไป
แต่ที่เขียนนี่ผมอยากสื่อออกมาตรง ๆ บ้างเท่านั้นเอง
........................................................................................

คนที่ผมยินดีจะคุยด้วย มักจะเป็นคนที่ถามผมในทางสร้างสรรค์หน่อย

”พี่ไวท์คิดจะทำวีดีโอออนไลน์มั้ยครับ”...

เคยดิ อยากทำด้วย ถ้า.....
แล้วก็คุยกันต่อ

”คุณไวท์เห็นว่าบล็อกเอ็นจิ้นตัวนี้มันจะพัฒนาต่อไปได้ยังไงบ้าง?”

โห... อย่างนี้ต้องนั่งคุยกันต่อนานมากกกกก

แต่กับคนซ้ำซากแบบข้างบนโน้น ผมเบื่อจะตอบ
เพราะเขายังไม่เข้าใจการเกิดขึ้น และดำรงอยู่ของอินเทอร์เน็ท
เขายังไม่เข้าใจโลกยุคใหม่ที่ “ใครซักคน” จะมี “ผู้ชม” เป็นของตนเอง
เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ “คนธรรมดา” สามารถสร้างและ “สื่อ” ออกไปหาผู้ชมได้
จะมีมากมีน้อยก็ไม่เป็นประเด็นสำคัญ แต่น่าทึ่งที่ใคร ๆ ก็ทำได้แบบนี้

ความรู้สึกคงจะเหมือนกับที่คนในโลกนี้เริ่มมีวิทยุใช้งาน
สิบปีแรกที่ผู้คนทยอยเริ่มใช้วิทยุ เริ่มมีสถานีใหม่ เริ่มรับรู้ข่าวสารใหม่
เป็นความรู้สึกอันมหัศจรรย์ ผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้น

คนซ้ำซากในช่วงเวลาที่เพิ่งมีวิทยุ ก็คงจะนึกไปว่า
ไม่เห็นจะต้องใช้วิทยุเลย ไปยืนฟังคนอ่านข่าวที่กลางหมู่บ้านก็ได้
วิทยุน่ะ สิ้นเปลือง เสียเงินซื้อมาแล้วยังต้องใช้ไฟฟ้าด้วย
สำหรับคนซ้ำซากแล้ว วิทยุเป็นแค่ “ของเล่นที่จะเลิกกันไปในเวลาไม่นาน”

กลับมาดูคนซ้ำซากในปัจจุบัน
เขายังอยู่ในโลกเก่า ที่ดูทีวี, อ่านแม็กกาซีนดูข่าวดารา-ไฮโซ
เขายังคิดว่าคนที่จะมีผู้ชมได้ ก็ต้องเป็นพวกดารา-ไฮโซที่ออกทีวีเท่านั้น
หนทางอื่นนอกจากนั้น = ไม่มี
อินเทอร์เน็ทที่เกิดขึ้นมาเป็นแค่ “ของเล่น” เท่านั้น

นี่มึงเห็นอินเทอร์เน็ทมากี่ปีแล้วเนี่ย ??

คนแบบนี้เป็นผลพวงของการศึกษาระบบ “ป้อน” ของไทย
ที่ไม่สามารถหาข้อมูลใหม่ได้เอง ไม่สามารถหา “เหตุผลที่ถูกต้อง” ได้เอง
แต่จะมี “เหตุผลซ้ำซาก” เป็นของตัวเอง
ทุกครั้งที่ได้ฟังเหตุผลของคนแบบนี้จะต้องอึ้งไปหลายวินาที
คนไทยจำนวนมากจึงมีชีวิตที่เดินวนเป็นวัฎจักรเดิม
ติดหล่มอยู่เท่านั้น... ทำงานไปวัน ๆ ...
อนาคตมีเพียงภาพฝันอันบรรเจิด แต่ไร้ซึ่งหนทางและแผนปฎิบัติ

ลองคิดดูว่าถ้าสติปัญญาน้อยแบบนี้
อีกห้าปีข้างหน้าจะเป็นยังไง?? ผมตอบให้ก็ได้ว่า...
ชีวิตของเขาจะยังคง “เดินวนอยู่ที่เดิมอย่างจำยอม”
เป็นล้อเกวียนที่หมุนซ้ำแล้วซ้ำอีกมาที่เดิม
เห็นอนาคตแล้วช่างน่าสมเพช...

อินเทอร์เน็ทในระดับสากลถึงเหมาะกับคนที่
“ตั้งคำถามเอาไว้ - นำไปคิด - ทำการค้นหา” ก่อนที่จะถามออกมา
กระบวนการแรก ๆ มักจะทำให้เขาเจอคำตอบก่อนเสียด้วยซ้ำ
ในเชิงพุทธของเราเรียกว่า “สติปัญญา”
ซึ่งจะเป็นตัวนำให้พ้นจาก “กงเกวียน” ของชีวิต
หลักของพระพุทธองค์นำมาใช้ได้กับอินเทอร์เน็ทด้วย... คิดดูละกัน

ส่วนอินเทอร์เน็ทในระดับประเทศไทยก็ยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิม
คนที่เริ่มจะทำอะไรใหม่ ก็มักจะถูกตั้งคำถามซ้ำซากแบบนี้
บางคนถึงกับบ้าไปเลย... ((อันนี้คุยกับคุณหาว 2how.com ฮามาก))

ไม่แปลกหรอกนะ
ที่ในเว็บบอร์ดชื่อดังของเมืองไทย จะยังคงมีกระทู้ใหม่ที่ถามคำถามเดิม ๆ
ซึ่งตลอดสิบปีที่ผ่านมาก็มีคนถามเอาไว้ปีละร้อยหน
ทุกวันนี้ก็ยังคงมีคนตั้งกระทู้ ถามคำถามที่มีคำตอบอยู่แล้วแทบทุกวัน

แค่พฤติกรรมนี้มันก็ชี้ให้เห็นถึง “ระดับสติปัญญา” ได้ไม่น้อยแล้ว
ผมถึงเบื่อกับการตอบคำถามของเด็กห้าขวบ
ที่ออกจากปากคนอายุสามสิบ

ถ้าในงานที่สมาชิกแอนน์ฟรายเดย์ไปเจอกัน
แล้วเห็นผมตาขวาง น้ำลายฟูมปาก พูดจาขวางหูใส่ใคร
ก็ขอความกรุณาเข้าใจผมด้วยก็แล้วกัน

จะเป็นพระคุณอย่างสูง

Copyrights , All Rights Reserved.

ผลงานทั้งภาพถ่าย,กราฟฟิคส์ และบทความทั้งหมดในเว็บไซท์นี้มีกฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครอง ถ้าต้องการนำไปใช้งานกรุณาอ่าน "ข้อตกลงในการนำไปใช้"

กรุณาล็อกอินก่อนแสดงความเห็นของคุณ...