Home : Professional Consumer

ProSumers

จากการที่เราให้คำปรึกษากับเจ้าของกิจการมาพอสมควร ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นทั้ง "เบื้องหน้า" ในฐานะลูกค้า และได้เห็น "เบื้องหลัง" ในฐานะผู้ให้คำปรึกษา, ผู้เข้าไปแก้ไขปัญหาให้กิจการต่าง ๆ ทำให้ผมชอบที่จะทำธุรกิจนี้ เพราะได้นำประสบการณ์ที่เคยทำธุรกิจของตัวเองเมื่อสิบปีก่อนมาใช้อยู่ตลอดเวลา

Lifestyle

ลูกค้ามืออาชีพ


หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจนถึงก่อนปี 2000 เรามีโอกาสได้อ่านคำวิพากษ์วิจารณ์สินค้าและบริการของ "ผู้บริโภคมืออาชีพ" ที่มีอยู่ไม่มากนัก แต่มีหลายแหล่งที่มีเนื้อหาที่เยี่ยมยอดที่สุด คำวิจารณ์และคำติติงที่เชฟระดับโลกให้การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข, คำชื่นชมที่ทำให้เชฟคนหนึ่งหรือโรงแรมแห่งหนึ่งได้รับเกียรติยศอย่างสูงสุด

Michelin ใช่ครับ.. ผมกำลังพูดถึง The Red Guide หรือ Le Guide Michelin หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ The Michelin Guide นั่นเอง ที่รักษามาตรฐานได้อย่างสมบูรณ์แบบมาตลอด และด้วยมาตรฐานที่สูงมากของผู้ชิม ผู้พัก นำมาซึ่งคำวิจารณ์ที่มีทั้งชื่นชมและติติงตามสิ่งที่ได้พบเจอ ทำให้พวกเขาได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานนับร้อยปี

มาตรฐานที่สูงยิ่งของพวกเขาได้สร้างความก้าวหน้าให้กับกิจการภัตตาคาร, ร้านอาหาร และโรงแรมที่พักทุกระดับในยุโรปมาตลอด มาตรฐานนี้ละครับที่ผมชื่นชม และยึดเอาไว้เป็นแนวทางให้กับทุกธุรกิจที่ผมต้องเข้าไปมีส่วนร่วมทำงานด้วย

ผู้บริโภคยุคใหม่


ขณะที่โลกเราได้เดินทางผ่านเข้ามาถึงยุค Web 2.0 ที่ใคร ๆ ก็มีพื้นที่ของตัวเองในการผลิตผลงานและแนวคิดออกมา ใคร ๆ ก็เข้าไปมีส่วนร่วมกับสังคมออนไลน์ได้เกือบทุกแห่ง ทุกคนสามารถนำเสนอสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาให้โลกได้อ่าน ได้ฟัง ได้ดูกันจากที่ไหนก็ได้ในโลก ข้อมูลที่มากมายเหล่านั้นทำให้เกิดผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความสามารถในการหาข้อดีข้อเสีย และคำแนะนำที่มีต่อร้านอาหาร, คำวิจารณ์ที่มีต่อโรงแรมที่พักได้ด้วยตัวเอง

เราสามารถเห็นภาพของห้องพักของโรงแรมที่ตั้งอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง มีโอกาสได้อ่านคำวิจารณ์ในเรื่องของความสะอาดของเตียงนอนในโรงแรมนั้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจจองเสียด้วยซ้ำ

Hotels คำวิจารณ์ที่หลากหลาย ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้นก็จริง แต่สิ่งที่เป็นข้อด้อยของ Web 2.0 ก็คือ "การมีข้อมูลที่มากล้น ทำให้มาตรฐานโดยเฉลี่ยของข้อมูลนั้นต่ำลงมาก" ซึ่งเป็นสิทธิ์ของนักเรียนมัธยมจากประเทศไทย ที่เพิ่งไปทัวร์เจ็ดวันหกประเทศในยุโรปกับคุณพ่อคุณแม่มาเมื่อตอนปิดเทอม จะเขียนวิจารณ์อาหารที่ร้าน PAUL ว่าไม่เห็นอร่อยแม้แต่นิดเดียว, ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเขียนชื่นชมร้านเบเกอรี่ในกรุงเทพแห่งหนึ่ง ว่าอร่อยเป็นเลิศจนกระทั่งมีคนยืนต่อคิวกันยาวเหยียด ... เขาเขียนได้เพราะเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะแสดงออกถึงความคิดส่วนตัว และเผยแพร่ออกไปในเว็บของเขารวมถึงเว็บอื่น ๆ ได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นยุคของ Web 2.0

ทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่บางคนจะต้องมีทักษะอย่างหนึ่งที่เยี่ยมยอด นั่นก็คือ "การคัดกรองข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้"

AnneFriday Professional Consumers


แอนน์ฟรายเดย์จึงเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคผู้แสวงหา "แหล่งข้อมูลยุคใหม่ที่เชื่อถือได้" ซึ่งรายงานของเราอยู่บนพื้นฐานของ "ความเป็นผู้บริโภค" ที่ได้เข้าไปใช้บริการด้วยเงินในกระเป๋าของตัวเอง

แต่แทนที่เราจะจบอยู่แต่การใช้บริการ แล้วก็ถ่ายรูป เอามาเขียนลงในเว็บไปเรื่อย ๆ เราก็คงไม่มีความแตกต่างไปจากผู้คนอื่น ๆ ที่ใครก็สามารถทำกันได้ทั่วไป

เราพยายามที่จะทำในสิ่งที่มีรายละเอียดมากขึ้น เริ่มจากทำการศึกษา ทำการกำหนดรูปแบบ และเลือกตัวเทียบเคียงที่เป็นมาตรฐานในด้านต่าง ๆ อย่างระมัดระวังภายใต้กฎพื้นฐานที่เราเชื่อมั่นว่าเป็นหลักพื้นฐานของเรา ที่จะทำให้ความเป็น Professional Consumers ของเรานั้นแตกต่างไปจากคนอื่น นั่นก็คือเราให้ความสำคัญกับเสาหลักสามประการของเรา

Taste, Skills และ Attitudes


ซึ่งแต่ละหลักการนั้นผมได้เขียนแนวคิดของตัวเองออกมาขยายความเอาไว้แล้วดังนี้

หลักข้อที่หนึ่ง. Taste หลักการของเราในเรื่องของรสนิยม

หลักข้อที่สอง. Skills หลักการของเราในเรื่องของทักษะ

หลักข้อที่สาม. Attitudes หลักการของเราในเรื่องของทัศนคติ

ทั้งสามประการนี้เป็นหลักการที่ทำให้เราเป็นแอนน์ฟรายเดย์อย่างที่เห็นในทุกวันนี้ ทำให้ผลงานของเราเป็นที่ชื่นชอบของคนกลุ่มหนึ่งมาทุกวันนี้ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่ แต่ผลงานของเราได้รับการยอมรับ และได้รับการติดตามจากผู้บริโภคที่มีรสนิยมดี, มีทักษะที่ดีและพัฒนาทักษะของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้บริโภคที่มีทัศนคติในการดำเนินชีวิตใกล้เคียงกันกับสิ่งที่เรายึดถือ สิ่งนี้ได้รับการพิสูจน์มานานหลายปีจนมั่นคงดีแล้ว ผมกับแอนน์จึงภูมิใจที่จะรักษาค่านิยมเหล่านี้ของเราเอาไว้ตลอดไป