- Sri lanka -
January 10th, 2010 Posted by: - White -

New York Times จัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรจะไปในปี 2010 ... มีเซอร์ไพร์สครับว่า “ศรีลังกา” อยู่ในอันดับหนึ่งของลิสท์ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 31 อันดับ ... เป็นประเทศที่อยู่ใกล้เรามากและมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกับประเทศไทยมากทีเดียว ... น่าสนใจนะครับ
NYT ให้คำอธิบายว่าศรีลังกาอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองมาเกือบร้อยปี เนื่องจากความขัดแย้งโดยกลุ่มกบฎพยัคฆ์ทมิฬ แต่ความเปลี่ยนแปลงก็ได้เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2009 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ปราบกลุ่มกบฏจนราบคาบและรีบจัดการบ้านเมืองให้อยู่ในระเบียบทันที
การที่เป็นประเทศปลายสุดของเอเชียใต้, สภาพเป็นเกาะขนาดใหญ่ซึ่งมีมหาสมุทรอินเดียล้อมรอบ, ความชุ่มฉ่ำจากฝนตลอดปี ทำให้ศรีลังกามีสภาพธรรมชาติที่สมบูรณ์อย่างมาก

อีกทั้งศรีลังกาเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมานับพันปี มีประวัติมาตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาลเสียอีกครับ ชื่อเรียกดินแดนแถบนี้จึงมีหลายชื่อตามประวัติศาสตร์ของแต่ละชนชาติ พวกกรีกก็เรียกแบบนึง Taprobane มีประวัติศาตร์บอกว่าพวกเขาค้าขายกับกรีกมานานแล้วด้วย พวกเขารับเอาอิทธิพลการแกะสลักหินทั้งแบบนูนต่ำและนูนสูงมาจากกรีกนี่เอง ไม่นานหลังจากรับเอาความรู้เหล่านี้เข้ามา ศรีลังกาก็มีรูปสักการะทางความเชื่อเรื่องเทพและความเชื่อทางศาสนามากมายเต็มไปหมด การกำเนิดของพระพุทธรูปก็เกิดขึ้นที่นี่ละครับ

เพราะความเป็นเมืองท่าแห่งแรกในมหาสมุทรอินเดียอันกว้างใหญ่ ศรีลังกาเลยเป็นเมืองที่ผู้คนหลากหลายสัญชาติต่างสัญจรมาพบกันที่นี่ พวกค้าขายเก่ง ๆ อย่างพวกอาหรับก็รอนแรมมาเจอเมืองท่าแห่งนี้ เลยเรียกว่า Serendib อยู่นานนับร้อยปี ประวัติศาสตร์ช่วงใกล้ ๆ นี้ก็มีพวกโปรตุเกสล่องเรือมาพบแหล่งเครื่องเทศนี้เข้า ก็เรียกมันว่า Ceilão เพื่อให้นักเดินเรือชาวโปรตุเกสได้ใช้เป็นจุดรับส่งสินค้า ... ทั้งอังกฤษ, ฝรั่งเศส, โปรตุเกสและฮอลันดาต่างก็หมายปองดินแดนเอเชียใต้กันทั้งนั้น
กลุ่มที่เข้ามาครอบครองศรีลังกากลุ่มสุดท้าย เนื่องจากยุทธศาสตร์ทางการทหารและการค้าเมื่อร้อยปีก่อนคืออังกฤษ ซึ่งอังกฤษเรียกดินแดนแห่งนี่ว่า Ceylon และได้นำเอาวัฒนธรรมหลายต่อหลายอย่างเข้ามา ... จุดประสงค์ก็เพื่อครอบครองทางวัฒนธรรมด้วย
ในอีกด้านหนึ่ง ศรีลังกาก็เป็นศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนาในช่วงพันปีที่ผ่านมา ซึ่งอิทธิพลของศาสนาพุทธแนวลังกานี้เองที่กลายมาเป็นพุทธในแนวไทย และนอกจากศาสนาพุทธแล้วศรีลังกายังรับเอาอิทธิพลของอินเดียมาเป็นบางส่วนด้วย ทำให้ศรีลังกานั้นเต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ครับ

การที่เอเชียใต้เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษมานานก็ส่งผลถึงอารยธรรมของพวกเขา ศรีลังกาเป็นประเทศที่ปลูกชาอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และเกือบทั้งหมดถูกส่งไปขายให้ชาวอังกฤษได้ดื่มกันในยามบ่าย ดาร์จีลิง, เอิร์ลเกรย์, อิงลิชเบร็กฟรัส ทุกระดับคุณภาพนี่มาจากศรีลังกาเกือบทั้งหมดละครับ
การผสมผสานทางวัฒธรรมอันหลากหลาย ทั้งกรีก, อินเดีย, อาหรับ, โปรตุกีสและอังกฤษก่อให้เกิดสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมเฉพาะตัวของศรีลังกาเอง ขณะที่พวกเขามีสถานที่สำคัญทางศาสนาที่หลากหลาย พวกเขาก็ยังมีที่พักสไตล์อังกฤษตามไร่ชาบนไหล่เขาและมีวัฒนธรรมอังกฤษเข้าไปปะปนอยู่ในวัฒนธรรมของศรีลังกาอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์อย่างหาใครเปรียบไม่ได้

ภาพนี้ดูไม่ออกว่าเป็นออร์โธด็อกซ์หรือว่าเป็นอาหรับ
แต่ในวิกิพีเดียบอกชื่อว่า The Jami Ul Alfar Mosque
ซึ่งเป็นสุเหร่าที่เก่าแก่ของชาวอาหรับครับ
ภาพโดย Mystìc on en.wikipedia
GNU + Creative Common License

อันนี้เป็นวัดฮินดูในเมือง Jaffna ตามความเชื่อทางเอเชียใต้
ภาพโดย Mayuresan on en.wikipedia
GNU + Creative Common License

รูปสลัก, รูปปั้นและรูปหล่อทางพระพุทธศาสนา
รับรองว่าส่วนใหญ่คุ้นตาชาวไทยอย่างเราแน่นอนครับ
ภาพโดย Ranabolt on en.wikipedia
Public Domain

ส่วนบรรดาที่พักก็มีการตกแต่งดีทีเดียวครับ
ในปี 2010 นี้คงจะยังไม่มีระดับห้าดาวสร้างเสร็จทัน แต่พวกเขาก็มีที่พักประเภทรีสอร์ทที่ให้บรรยากาศของการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ผมพูดถึง

ปีนี้ศรีลังกากำลังจะเปิดท่าเรือน้ำลึกระดับโลก ซึ่งประเทศจีนเสนอตัวเข้ามาลงทุนร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าเขาจะประสานกับทางรถไฟของอินเดียเพื่อส่งสินค้าลงมาที่ท่าเรือแห่งนี้แน่นอน จะทำให้การเชื่อมต่อระหว่าง ((จีน+อินเดีย+ศรีลังกา)) เชื่อมต่อและส่งสินค้าไปยัง ((ยุโรป)) โดยผ่านทางท่าเรือดูไบที่ยุโรปใช้กันเกือบเต็มความจุอยู่แล้ว และยังเชื่อมต่อกับ ((อาฟริกา)) ได้โดยตรงอีกต่างหาก
งานนี้ผู้เสียประโยชน์น่าจะเป็นสิงคโปร์อีกแล้ว
ส่วนประเทศไทยขอไม่พูดถึงนะครับ

เอาเป็นว่า “สิงห์” อย่างศรีลังกากำลังตื่นขึ้นจากฝันร้ายมานานเกือบร้อยปี และเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของเอเชียใต้ที่มีอินเดียเป็นพี่ใหญ่ เครือข่ายสายเคเบิลใต้น้ำที่อินเดียมีนั้นถือว่าระดับโลกเลยทีเดียว ทำให้บังกาลอร์กลายเป็นซิลิคอนวัลเลย์แห่งใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว กลุ่มทุนขนาดใหญ่และกลุ่มทุนใหม่กำลังเดินหน้าเข้าเอเชียใต้อย่างเร่งด่วน
กลุ่ม จีน+อินเดีย+บังคลาเทศ+ศรีลังกา นี่มีประชากรราวสองพันห้าร้อยล้านคน... เกือบครึ่งโลก!!! และกำลังพัฒนา!!!
ไม่แปลกเลยครับที่ NYT จัดอันดับให้ศรีลังกาอยู่อันดับหนึ่ง จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายในภูมิภาคนี้กำลังจะเกิดอย่างรวดเร็ว การท่องเที่ยวเป็นปัจจัยแรกในการระดมทุนซึ่งทำได้อย่างรวดเร็วอย่างยิ่ง ... เอาไว้ต้องหาเวลาไปเที่ยวดูซักทีซะแล้วละครับ
