เอ... ถ้าจำไม่ผิด มวลจะไม่น้อยตามนะครับ แต่ น้ำหนัก (แรงดึงดูดกระทำต่อมวล)
จะน้อยลงเฉยๆ
ขอเสียงวิศวกร มายืนยันหน่อยครับ
By: F
on August 14th, 2007
at 06:49 PM
เห็นด้วยครับ คิดว่ามวลไม่น่าน้อยลง แต่น้ำหนัก(มวล คูณ แรงโน้มถ่วง(มั้ง -*-))น่าจะลดลง(มั้ง)ครับ เง้อ เขียนไปงงตัวเองไป วิศวะที่เรียนจบแล้วช่วยไขความกระจ่างทีก็ดีครับ
By: กรึ๊บ
on August 14th, 2007
at 07:00 PM
Mass หรือ มวล นะครับ ตามความหมายนั้นมันจะสื่อถึง “จำนวนมากน้อยของสะสาร(matter)ที่อยู่ในสิ่งต่างๆ(object)”
ส่วนใหญ่ไอ้จำนวนพวกเนี้ยเป็นค่าคงตัวครับ
เช่น ถ้าเราเอา เหล็กหนัก 10Kg(บนโลก)ไปชั่งที่ดวงจันทร์อาจะเหลือแค่ 1.6Kg ก็ได้ครับ
แต่เหล็กก็ยังเป็นเหล็กเหมือนเดิม(มวลเท่าเดิมเปลี่ยนแค่แรงดึงดูดเท่านั้นเอง)
ตามสูตรคำณวน(อย่างหยาบๆ) น้ำหนักสิ่งของ = มวลของสิ่งของ * แรงดึงดูด ครับ
By: F
on August 14th, 2007
at 07:11 PM
อ๋อ... มิน่า
พอดีวันนี้มีสารคดีสองเรื่องติดกันพูดถึงเรื่องนี้
เริ่มด้วยแนวคิดของนิวตัน ต่อไปที่การอธิบายของไอน์สไตน์ผู้โด่งดังในร้อยกว่าปีถัดมา
แล้วก็มาจบที่ศูนย์ศึกษาพลังงานที่สร้างอาคารทรงวงแหวนขนาดยักษ์
ซึ่งจะมีปล่องสูญญากาศความยาวโดยรอบหลายกิโลเมตร
ปล่องนี้เขาบอกว่าจะเอาไว้ทดลองยิง “อะตอม” ให้ชนกัน
ด้วยความเร็วแสงยกกำลังสอง
นัยว่าเพื่อศึกษาการเกิดของ BigBang
ก็เลยสงสัยขึ้นมาว่าในสภาพสูญญากาศนั้นมวลยังคงอยู่ดีตามปกติหรือเปล่า
ขอบคุณน้องเอฟที่ให้ข้อมูล ขอบคุณน้องกรึ๊บที่เข้ามาช่วยยืนยัน
จะได้หายสงสัยซะที
—————
ปล1. ถ้าใช้ตัวแปรที่เป็นมวลเป็นหลัก โดยการทำให้มวลลดลงด้วยการกระทำอะไรซักอย่าง
มันต้องปลิ้นออกไปเป็นพลังงาน... แบบนี้ก็น่าจะใช้ได้เหมือนกันนะ
—————
By: White
on August 14th, 2007
at 07:26 PM
ถึงจะเป็นคำถามง่ายๆ แต่พี่ก็ยัง design รูปออกมาให้สวยได้เนาะครับ
By: ChatChie De Chapz
on August 14th, 2007
at 07:52 PM
ขอตอบค้าบบ
มวลเป็นค่าคงตัวเมื่อวัตถุมันวางอยู่นิ่ง (Rest Mass)
ซึ่งเป็นเฉพาะสำหรับวัตุในอุดมคตินะครับ คือไม่มีพลังงานมาเกี่ยวข้องเลย
ทฤษฎีเรื่องนี้คุณลุง ไอไสตน์ ออกสูตร E = mc^2
บอกว่า พลังงานที่ส่งไปให้กับมวลจะปรากฏในรูปของมวลใหม่
ซึ่งเป็นเรื่องเดียวในตำราฟิสิกส์ ม.ปลายไทย ที่กล่าวถึงการเปลี่ยนค่าของมวล
ฟันธงว่า มวล ไม่ลดครับ ถ้าเอาไปวางไว้ในอวกาศโดยที่ไม่มีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้อง
เช่น พวกความร้อนของแสงอาร์ทิตย์ หรือ อื่นๆ
By: LINKS
on August 14th, 2007
at 08:04 PM
^
^
ลิงค์มาพอดี พออ่านเม้นท์พี่ไวท์แล้วว่าจะมาต่อพอดี มันอาจแปรไปอยู่ในรูปพลังงานได้ ตามทฤษฎีสัมพันธภาพ
เอฟคิดว่า ที่เขาเอามวลมาวิ่งไวๆ นั้นเพื่อจับรวมพลังงานต่างๆให้อยู่ในรูปซิงกูล่าละมั้งครับ
นึกแล้วสยอง ถ้าทำกันสำเร็จ เราก็จะไขการกำเนิดของจักรวาลได้ (ว่าเกิดจากบิ๊กแบงค์จริง)
แต่ถ้าทำกันถึงขั้นอุตสาหกรรม เราอาจอะไรที่รุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลีย = =”
By: F
on August 14th, 2007
at 08:21 PM
น่าจะเป็นอย่างที่เอฟบอก
ตอนนี้คงทดสอบกับตัวแปรเดียวคือ “ความเร็วแสงยกกำลังสอง”
ก็ไม่ถึงกับต้องกังวลกันมาก เพราะคงจะเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีให้ถ่องแท้ซะมากกว่า
การทำเป็นอุตสาหกรรม หรือประยุกต์ใช้คงจะยากมาก
ที่น่ากลัวกว่ากลายเป็นตัวแปรอีกตัวนึงในสมการ
เคยเห็นข่าวอีกทางนึงว่าในอังกฤษกำลังมีคนลองทดสอบ “การยุบมวล” ของไฮโดรเจน
((นัยว่าการไม่ใช้ความเร็วเพื่อใช้พื้นที่ให้น้อยลง... แต่อาจจะสร้างแบล็กโฮลที่ไอน์สไตน์ให้ข้อสังเกต))
การยุบมวลของไฮโดรเจนแล้วยิงด้วยนิวตรอน จะทำให้เกิดแตกตัวของไฮโดรเจนในน้ำ
ทำให้น้ำหนึ่งลิตรสามารถสร้างพลังงานได้มากระดับโรงไฟฟ้าชุมชน
น้ำลิตรเดียวสร้างพลังงานได้เยอะขนาดนี้
ถ้าไม่ต้องง้อพลูโตเนี่ยมแล้วจะเกิดอะไรขึ้นมั่งเนี่ย??
By: White
on August 14th, 2007
at 08:34 PM
ขอบคุณน้องท็อป
พี่นั่งทำกราฟฟิคส์นานกว่าเขียนคำถามอีก 5555
ปล. ลิงค์ อ่านทฤษฎีของลิงค์แล้วมึนหัวว่ะ
ตกลงไอน์สไตน์เบลอหรือลิงค์มันมั่วนิ่มหว่า ???
By: White
on August 14th, 2007
at 08:41 PM
ฮ่าๆ
คือ วัตุถุจะอยู่ในรูปของ พลังงาน + มวล น่ะครับ
เมื่อมี มวลต้องมีพลังงาน เมื่อมีพลังงานก็มีมวล
เพราะงั้นลิงค์เลยดึงเรื่องก่อนว่า มวลจะเปลี่ยนแปลงได้ก็เกิดจากพลังงาน
แต่คำถามพี่ไวส์ แค่ถามว่า เอาวัตถุวางในอวกาศ มวลจะลดน้อยลงหรือไม่
ลิงค์เลยบอกว่าไม่เปลี่ยน ถ้าไม่มีปัจจัยภายนอกมากระตุ้นมันน่ะครับ
ถ้างงอยู่ ไม่ตอบต่อละ ฮา ฮา เด๋วตัวเองจะเมาด้วย
By: LINKS
on August 14th, 2007
at 08:58 PM
^
มวลมันสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้น่ะครับพี่ไวท์ (E=MC^2)
E = พลังงาน
M = มวล
C = ความเร็วแสง
้ลิงค์ อธิบายง่ายๆหน่อย!
By: F
on August 14th, 2007
at 09:05 PM
แป่วว
By: LINKS
on August 14th, 2007
at 09:19 PM
งั้นมวลขนาดปุ๋ยจะต้องใช้พลังงานเท่าไหร่คะ
ถึงจะเปลี่ยนไปเท่าพี่เกรซได้อ่ะ
พี่ลิงค์ พี่เอฟ อธิบา่ยหน่อยจิ อยากทำตัวเองให้มวลน้อยลง
.
.
.
ps อย่าบอกนะว่าตัดแขนตัดขาทิ้งอ่ะ - -”
By: 5 cm/s
on August 14th, 2007
at 09:20 PM
ไม่ยากเลยจ้ะน้องปุ๋ย ไม้ต้องใช้พลังงานมากด้วย
.
.
.
แค่เปิดคอม เอารูปน้องปุ๋ยเข้า photoshop
ก็สวย ใส ได้เหมือนพี่อั้มได้เลยนะจ๊ะ เป็นนาตาลี ยังได้เล้ยย
พี่เองก็ำทำบ่อย เทคนิคนี้แนะนำ
By: LINKS
on August 14th, 2007
at 09:28 PM
ตรงสัมพัทธภาพน่ะไม่งงหรอก
แต่งงที่ย่อหน้าที่สองของลิงค์ ที่ว่ามันเกิดมวลใหม่
มันน่าจะมีแต่พลังงานเกิดขึ้นไม่ใช่เหรอ??
พลังงานจะเกิดได้จากตัวแปรสองตัว มวลของอะตอมและความเร็วแสงยกกำลังสอง
ทำให้เกิดการแตกตัวของอะตอมเดิมเกิดพลังงานมหาศาลขึ้นมา
จากนั้นก่อให้เกิดปฎิกิริยาลูกโซ่ด้วยนิวตรอนของอะตอมที่แตกออกไปด้วยความเร็วเท่ากัน
วิ่งไปชนอะตอมอื่น ทำให้เกิดการแตกตัวของอะตอมอื่นอีก
มันไม่น่าเกิดมวลใหม่นี่หว่าลิงค์ ??
มันน่าจะเกิดแต่พลังงานไม่ใช่เหรอ ??
เข้ามาเถียงกันให้จบก่อนนะเว้ย ไม่งั้นโกรธ
By: White
on August 14th, 2007
at 09:30 PM
ไม่เป็นไรหรอกปุ๋ย แค่ปุ๋ยขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ ปุ๋ยก็จะเบาหวิวแล้วล่ะจ๊ะ
(พออยู่บนนั้นซักเดือนนึง เดี๋ยวปุ๋ยก็ผอมเอง เพราะบนนั้นไม่มีขนมให้กินด้วยแหละ)
By: ladywitch
on August 14th, 2007
at 09:33 PM
เดือนนึงเลยเหรอ??
ให้อาทิตย์นึงละกัน รับรองเพรียว
By: White
on August 14th, 2007
at 09:34 PM
ใจเย็นพี่ไวส์ เขียนคำตอบให้ป๋ากระจ่างอยู่
By: LINKS
on August 14th, 2007
at 09:38 PM
เอลิงค์ นายหมายถึง mass dilation อ๊ะป่าว
By: F
on August 14th, 2007
at 09:41 PM
ไม่ทันใจจริง ๆ
By: White
on August 14th, 2007
at 09:43 PM
มารอคำตอบของ sir์ ลิงค์
ตอนแรกเหมือนจะเข้าใจ พออ่านไปอ่านมา งงเหมือนกัน
.
.
.
ps จะรอดถึงอาทิตย์มั้ยคะเนี่ยย
By: 5 cm/s
on August 14th, 2007
at 09:45 PM
ลิงค์... หายไปนาน ๆ นี่ห้ามโทรถามป๊านะเว้ย
By: White
on August 14th, 2007
at 09:48 PM
ลิงค์มาตอบไวๆ เอฟก็รู้แค่ทฤษฎีมัน ถ้าพูดถึงเรื่องระดับควอนตั้มก็มึนตึ้บ...
By: F
on August 14th, 2007
at 09:53 PM
แค่คำถามเดียว พาไปเถียงเรื่องอื่นซะแล้ว
ที่พี่ถามนี่ก็เพราะสงสัยว่า
- ระเบิดปรมาณูจะทำงานตามปกติมั้ยถ้าขึ้นไปอยู่บนอวกาศ กรณีที่ว่ากันว่าจะใช้ในการเบี่ยงทิศทางดาวเคราะห์น้อยที่พุ่งมาหาโลก
- เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์จะทำงานตามปกติมั้ย ถ้าไปอยู่ในยานอวกาศที่อยู่นอกโลก
((ทำไมไม่สร้างยานอวกาศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์?))
By: White
on August 14th, 2007
at 10:01 PM
ทุกๆวันนี้เราชั่งมวลของวัตถุโดยตาชั่งทั่วไปนี่หละ แต่ก็เพราะเหตุผลนี่แหละที่ทำให้เราไม่สามารถหามวลที่แท้จริงได้ เพราะมีแรงโน้มถ่วง
ดังนั้นลองนึกถึงการชั่งบนอวกาศ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ดังนั้น เราจะชั่งยังไง?
สิ่งหนึ่งที่เรารู้ๆกัน คือ anything with mass has an inertia(ความเฉื่อย)
ความเฉื่อย คือ สภาพการต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ
ดังนั้น เรานิยามว่า สิ่งที่ทำให้วัตถุเคลื่อนไหว คือ พลังงาน E
ที่ E เท่ากันใส่ให้วัตถุที่มี inertia ไม่เท่ากัน รูปร่างเดียวกัน ในทิศทางเดียวกัน
จะทำให้วัตถุก้อนที่ inertia น้อยกว่า เคลื่อนที่ไวกว่า ดังนั้น เริ่มเห็นอะไรแล้วใช่ป่าวป๋า
ว่า มวล มีความสัมพันธ์ กับความเร็ว (velocity) จากนั้นจะไปต่อเรื่องความเร็วสัมพัท
คราวนี้จะเห็นว่า การวัด ความเร็ว ณ จุดอ้างอิงที่ต่างกัน จะได้ความเร็วไม่เท่ากัน
ซึ่งจะ บลา บลา ยาวเกินเด๋วตอบให้หลังไมค์ - -”
By: LINKS
on August 14th, 2007
at 10:15 PM
เดี๋ยวนะ กำลัง Encode อยู่ว่าทำไมมันถึงมีมวลใหม่โผล่ขึ้นมาได้
แต่ที่เข้าใจแน่ ๆ แล้วคือประโยคที่บอกว่า
anything with ass has an inertia.
By: White
on August 14th, 2007
at 10:23 PM
เข้ามาเคาะสนิมครับ
ปล.ตอนแรกพิมพ์ตอบกับเค้าด้วยนะ แต่พิมพ์ไปพิมพ์มาเริ่ม สับสนตัวเอง 555 (เรื่องฟิสิกส์อะตอม นี่เข้าใจยากสำหรับผมเลย)มานั่งรอฟังด้วยคนละกันครับ
By: B a l a n c e -
on August 14th, 2007
at 10:25 PM
ไม่ใช่มีมวลใหม่ครับพี่ไวส์ แต่มวลจะเปลี่ยนจากเดิมเป็นมวลอันใหม่
ตรงนี้ปะที่พี่งงๆ น่าจะลิงค์ เขียนไม่เคลียร์
By: LINKS
on August 14th, 2007
at 10:44 PM
พี่ไวท์คะ..
“anything with ass has an inertia.”
By: chocomeal
on August 14th, 2007
at 11:04 PM
เป็นทฤษฎีฟิสิกส์ที่อ้างอิงสัจธรรมได้เลยนะจอย
By: White
on August 14th, 2007
at 11:08 PM
กะจะเข้ามาตอบ ยิ่งอ่านยิ่งงง เอิ๊กๆ
สงสัย ต้องฟังคำตอบจากกระทู้นี้ด้วยอีกคน
By: Melodiez
on August 15th, 2007
at 03:03 PM
อ่านตอนแรก รุ้สึกจะเข้าใจ
อ่านลงมาเรื่อยๆ ยิ่งรุ้สึก”เหมือน”จะเข้าใจ
สรุปว่า งง ไม่เก่งเรื่องนี้ ของผ่าน
ข้อน้อยขอฟังคำอธิบายจากปรมาจารย์
By: Nicky
on August 15th, 2007
at 08:54 PM
อยากตอบมั่งครับ แม้จะช้าไปหน่อย

> ระเบิดปรมาณูจะทำงานตามปกติมั้ยถ้าขึ้นไปอยู่บนอวกาศ
ทำงานตามปกติครับ เพราะการทำงานของระเบิดไม่ขึ้นกับแรงโน้มถ่วง
> เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์จะทำงานตามปกติมั้ย ถ้าไปอยู่ในยานอวกาศที่อยู่นอกโลก
ทำงานตามปกติครับ เพราะการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ไม่ขึ้นกับแรงโน้มถ่วง

> ทำไมไม่สร้างยานอวกาศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์
สำหรับยานอวกาศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ฟิชชัน ผมว่าติดปัญหาจุกจิกเชิงวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมครับ ส่วนยานอวกาศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันนั้น ยังทำไม่ได้ครับ เพราะยังไม่สามารถสร้างเตาปฏิกรณ์ที่ใช้ได้จริงได้แม้กระทั่งแบบที่ตั้งอยู่บนโลก

พอดีเห็นพี่ไวท์พูดถึงเครื่องเร่งอนุภาคอันใหม่ (และกำลังคุยกันเรื่องมวลๆ) จุดประสงค์นั้นไม่เชิงศึกษาบิ๊กแบงโดยตรงครับ แต่จุดประสงค์หลักอันหนึ่งคือ ตอบคำถามว่าเพราะเหตุใดอนุภาคมูลฐานทั้งหลาย (อิเล็กตรอน ควาร์ก ฯลฯ) จึงมี “มวล” ครับ มวลมาจากไหนหนอ (นักฟิสิกส์ทฤษฎีส่วนใหญ่เชื่อกันว่า มวลมีสาเหตุมาจากอนุภาคชนิดหนึ่งชื่อ “ฮิกส์โบซอน” ครับ เดี๋ยวพอเครื่องเร่งอนุภาคอันใหม่นี้เปิดใช้งาน เราน่าจะได้ยินคำว่า “ฮิกส์” กันจนคุ้นหูแน่ๆ ครับ ผมว่านะ)
อ๊ะอ๊ะ และที่สำคัญ ไม่ได้ให้มาชนกันด้วยความเร็วแสง “ยกกำลังสอง” ครับผม แต่ชนกันด้วยความเร็วน้อยกว่าความเร็วแสงไม่มากเท่านั้นครับ

มีพูดถึง mass dilation ด้วย เรื่องราวเป็นอย่างนี้ครับ
- สมการในทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ สามารถจัดรูปให้ analogous กับทฤษฎีเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ก่อนหน้านี้ (ของนิวตัน) ได้ โดยคูณตัวประกอบหนึ่งที่ไม่มีหน่วย กับมวลเดิมขณะอยู่นิ่งครับ แล้วถือเอาปริมาณใหม่ ที่ยังมีหน่วยเป็นมวล เป็นมวลของอนุภาคขณะเคลื่อนที่ครับ
- เนื่องจากตัวประกอบดังกล่าว เป็นปริมาณที่ขึ้นกับอัตราเร็ว มวลใหม่จึงขึ้นกับอัตราเร็ว เป็นอันสรุปได้ว่า เมื่ออนุภาคเคลื่อนที่ มวลจะเปลี่ยนไป โดยเพิ่มขึ้น!
- แต่ช้าก่อน... มุมมองนี้ (mass dilation) เป็นมุมมองเชิงปฏิบัติการครับ และไว้พูดกันอย่างหละหลวมในบรรดานักฟิสิกส์เชิงทดลองเท่านั้น มวลของวัตถุไม่เปลี่ยนแปลงเพียงเพราะวัตถุเคลื่อนที่ครับผม
(- คำว่า rest mass กับ relativistic mass เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้วครับ มวลคือมวล ไม่มีมวลใดอีก)

อีกนิดสสส์นึงครับ
น้ำหนัก = มวล คูณ “*ความเร่ง* เนื่องจากแรงโน้มถ่วง” ครับผม
By: Tikkkkk
on August 16th, 2007
at 04:08 AM
นึกอยู่นะ ว่าจะเข้ามาหรือเปล่า... เพราะประเด็นนี้ถ้าไม่มาตอบจะโกรธมาก 55555
หายไปนานเลยน้องติ๊ก ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะครับ
ตกลงตัดสินใจเรื่องจะไปอังกฤษหรือยัง ??
.............................
ขอบคุณสำหรับคำตอบเรื่องของนิวเคลียร์ในสูญญากาศนะครับ
นักฟิสิกส์ตัวจริงของจริงมาตอบแบบนี้ค่อยหายงงหน่อย 
.............................
ถามต่อเลยละกัน ไหน ๆ ก็หลวมตัวตอบพี่แล้ว
ตกลงเครื่องเร่งอนุภาคตัวนั้นไม่ได้ต้องการทดสอบ “มวล” ว่ามันเปลี่ยนแปลงได้มั้ย
แต่ต้องการค้นหาต่อไปว่า “มวลมาจากไหน” หรอกเหรอ
แล้วจะมีทดสอบสิ่งที่ไอน์สไตน์เคยฝันถึงมั้ยครับน้องติ๊ก
“มวลเมื่อมีการเคลื่อนที่เข้าใกล้ความเร็วแสง... มวลจะมากขึ้น... และเวลาจะช้าลง”
พี่นึกดูว่า...ถ้ามีการทดลองจริง.. และคำตอบที่ได้มาคือไอน์สไตน์ถูกต้อง
เครื่องเร่งอนุภาคตัวนี้จะใกล้เคียงกับการสร้าง “ไทม์แมชชีน” ในจินตนาการมากที่สุดใช่มั้ยครับ??
ขอบคุณอีกทีสำหรับคำตอบนะครับ
By: White
on August 16th, 2007
at 10:19 AM
ถ้าไทม์แมชชีนมีจริง ตุ๊กก็จะบอกพ่อว่าโดราเอมอนไม่ใช่การ์ตูนไร้สาระได้น่ะสิ
By: -t-u-k-i-k-o®
on August 16th, 2007
at 11:38 AM
ถึงเรนจะจบวิศว’ มา ....
แต่เรนก็ตกฟิสิกส์ โง่เลข เกลียดเทอร์โม
งานนี้ ไม่ขอออกความเห็นค่ะ ที่เรียนมาทั้งหมด จำได้แค่ว่า
แรง G = 9.81 m/s (ผิด หรือ ถูก ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อิอิ)
By: rainnyk
on August 16th, 2007
at 02:04 PM
ขอบคุณพี่ติ๊กครับ
เอฟเก็ทมากๆ
เพราะตอนนี้แค่วิ่งตาม ทฤษฎีใหม่ๆยังเหนื่อยเลย
หากจะมีอะไรใกล้เคียงไสยศาสตร์ที่สุด เอฟว่า ทฤษฎี นี่แหละ
By: F
on August 16th, 2007
at 07:28 PM
ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับพี่ไวท์ ด้วยคำแนะนำของพี่ ผมไปหานู่นหานี่ทำจนได้พ็อกเก็ตมันนี่มาจำนวนหนึ่งด้วยแหละครับ ตอนนี้ผมกำลังอยู่ summer school in theoretical physics ที่ Utrecht เลยครับ มาจอยด้วยช้า แต่อย่าเพิ่งโกรธเด็กตาดำๆ ตัวดำๆ อย่างผมเลยนะคร้าาาาบ

ใช่แล้วครับ เครื่องเร่งอนุภาคอันใหม่กำลังจะตอบคำถามสำคัญมากเกี่ยวกับกำเนิดของมวล โดยการทดสอบสมมุติฐานถึงการมีอยู่ของอนุภาคที่ว่าครับ
สิ่งที่พี่เขียนคือสิ่งที่เกิดขึ้นในเครื่องเร่งอนุภาคเลยครับ อนุภาคเคลื่อนจะเข้าใกล้ความเร็วแสง และมองว่ามีมวลมากขึ้นก็ได้ (แต่มองว่ามวลเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงดีกว่าครับ) พออนุภาคถูกเร่งจนมีความเร็วมาก (พลังงานในการเคลื่อนที่ก็มากด้วย และพลังงานนี้เองที่นำไปสร้างเป็นมวลของ “ห่า” อนุภาคใหม่ๆ ที่ได้จากการเร่งอนุภาคมาชนกัน) และถ้าเราไปขี่อยู่บนหลังอนุภาคเหล่านั้น นาฬิกาบนข้อมือเราจะเดินช้าลงจริงๆ ดังที่ไอน์ชไตน์ว่าไว้ครับ (เขียน “ไอน์สไตน์” เดี๋ยวคนแถวนี้หลายคนว่าเอานะ) ทฤษฎีสัมพัทธภาพผ่านการทดสอบมานักต่อนักและยังไม่เคยล้มเหลวเลยครับ ของเค้าเหนียวจริงๆ

แต่ยังไม่ใช่อะไรที่ใกล้เคียงกับไทม์แมชชีนนะครับ อย่าเพิ่งตกใจไป และพี่ตุ๊กยังบอกพ่อไม่ได้นะครับ

มีการคาดการณ์กันว่า จะเกิดหลุมดำขนาดจิ๋วขึ้นในเครื่องเร่งอนุภาคขณะทำการชนด้วยนะครับ โดยที่ตามทฤษฎี หลุมดำนี้จะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้น ก็ไม่มีใครรู้ครับว่า “ในทางปฏิบัติ” แล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มีคนบางกลุ่มแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับวินาศกรรมจากหลุมดำขนาดจิ๋วนี้ด้วยนะครับ เช่นว่ามันจะกลืนกินโลกทั้งใบนี้ (และระบบสุริยะ!) เข้าไปหรือเปล่า หรือสภาวะอัน “exotic” ที่อยู่ในท่อขณะทำงานนี้ จะไปบิดเบือน spacetime หรืออะไรแนวนี้มากจนทำให้เกิดผลสืบเนื่องอันไม่พึงปรารถนาหรือไม่ ก็คิดกันไปต่างต่างนานาครับ แต่ CERN ศึกษาเชิงทฤษฎีแล้วบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ (จริงรื้อ)
พี่เรนลองมาเรียนฟิสิกส์บริสุทธิ์ดิครับ รับรองชอบทุกอย่าง

(ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก g = 9.81 เมตรต่อวินาทีกำลังสองครับผม)

สมัยนี้วิ่งตามทฤษฎีเก่าๆ ก็เหนื่อยแล้วครับเอฟ กว่าจะวิ่งตามทุกอันที่จำเป็น แล้วมาวิ่งตามของใหม่ แล้วมาต่อยอดของใหม่ ยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่เลย

เห็นด้วยกับเอฟนะครับ มีหลายอย่างเลยที่ทฤษฎีทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์คล้ายกับไสยศาสตร์
By: Tikkkkk
on August 17th, 2007
at 04:11 AM
น้องติ๊ก
ใครจะไปโกรธน้องติ๊ก เพราะรู้อยู่แล้วว่าคงจะต้องไปซุ่มทำอะไรซักอย่าง
เก่งจริง ๆ ที่หาเงินค่าเดินทางกับเผื่อสำหรับไปใช้ที่โน่นเองซะเลย
ทุกอย่างที่อังกฤษเรียบร้อยดีนะครับติ๊ก
มีอะไรให้พี่ ๆ น้อง ๆ ในบ้านเราช่วยก็บอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจครับ
พูดถึง ไอน์ชไตน์ ((เอามั่ง... เดี๋ยวพวกเด็กด๊อยช์มันหาว่าพี่หลังเขา))
การที่เขาเข้าถึงทฤษฎีใหม่ ๆ โดยใช้ “สัจธรรม” ตามธรรมชาติ
ถือว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวคนไทยมากเลยนะ
แต่ว่าเขาเข้าถึงพื้นฐานของพระพุทธศาสนามากกว่าคนไทยค่อนประเทศซะอีก
เคยให้ข้อคิดเอาไว้ด้วยว่า
The religion of the future will be a cosmic religion.
The religion which based on experience, which refuse dogmatic.
If there’s any religion that would cope the scientific needs…
it will be Buddhism.
แต่คนไทยในปัจจุบันนี่แหละที่มีแต่ Dogmatic
ความงมงายและเชื่ออย่างไร้เหตุผล ที่ก่อตัวต่อเนื่องกันมานานห้าสิบกว่าปี
ทำให้พลเมืองรุ่นที่เติบโตและได้รับการศึกษาในช่วงเวลาห้าสิบปีที่ผ่านมา
ถูกครอบงำความคิด และสร้าง “ความเชื่อที่เหนือเหตุผล” ให้
คนไทยเราถึงไม่มีเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์
ทั้ง ๆ ที่คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์อย่างที่สุดแล้ว
เมื่ออ่านทฤษฎีจากหน้ากระดาษ เห็นด้วยว่าบางสิ่งมัน “เกินจริง”
เพราะกรอบความคิดของเรายังไม่ได้ “รับรู้ว่ามันมีอยู่จริง”
แต่เมื่อพิสูจน์ทฤษฎีให้ได้ด้วยตาตัวเอง จะรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
แทบทุกสิ่งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนที่จะมีมนุษย์อยู่ด้วยซ้ำ
เมื่อไหร่ที่เรายอมรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
กรอบความรู้ของเราจะกว้างขึ้น และขยายตัวไปไม่หยุด
ทุกวันนี้เราแค่มาเริ่มต้นสร้างองค์ความรู้ของมนุษย์ “ตามความเป็นจริงของธรรมชาติ” เท่านั้น
((พูดถึง Pure Physics และคณิตศาสตร์นะ ไม่พูดถึงสาขาอื่น))
ทำความเข้าใจพระพุทธศาสนาไปควบคู่กับวิทยาศาสตร์
เป็นสิ่งที่สอดคล้องต้องกันอย่างยอดเยี่ยมที่สุดแล้วครับ
ขอบคุณที่เข้ามาแบ่งปันความรู้กันที่นี่
By: White
on August 17th, 2007
at 10:44 AM
อันนี้เป็นข่าวที่ บังเอิญไปเจอมาไม่ทราบพี่ติ๊กทราบรึยังนะครับ
http://www.telegraph.co.uk/earth/main.jhtml?xml=/earth/2007/08/16/scispeed116.xml
‘We have broken speed of light’
By Nic Fleming, Science Correspondent
Last Updated: 12:01am BST 16/08/2007
A pair of German physicists claim to have broken the speed of light - an achievement that would undermine our entire understanding of space and time.
According to Einstein’s special theory of relativity, it would require an infinite amount of energy to propel an object at more than 186,000 miles per second.
However, Dr Gunter Nimtz and Dr Alfons Stahlhofen, of the University of Koblenz, say they may have breached a key tenet of that theory.
The pair say they have conducted an experiment in which microwave photons - energetic packets of light - travelled “instantaneously” between a pair of prisms that had been moved up to 3ft apart.
Being able to travel faster than the speed of light would lead to a wide variety of bizarre consequences.
For instance, an astronaut moving faster than it would theoretically arrive at a destination before leaving.
The scientists were investigating a phenomenon called quantum tunnelling, which allows sub-atomic particles to break apparently unbreakable laws.
Dr Nimtz told New Scientist magazine: “For the time being, this is the only violation of special relativity that I know of.”
ส่วนอันนี้แถมให้พี่ไวท์ดูเล่นนะครับ นวัตกรรมใหม่ สิ่งประดิษฐ์คนไทย ระดับโลก...
http://www.boondee.net/increase-sales/index.html
Credit: The Webcomic List / tirkx webboard
By: F
on August 17th, 2007
at 07:04 PM
กรุณาล็อกอินก่อนแสดงความเห็นของคุณ...