Home : Blog-a-zine :Section: White Everyday :Category: In the NEWS: Technology

- Payment system on iPhone -

December 15th, 2009 Posted by: - White -

image

เห็นหลายต่อหลายที่เขาเถียงกันน่าดูว่าไอโฟนหรือแบล็กเบอร์รี่ดีกว่ากัน สำหรับผม... มันก็มีข้อดีทั้งสองอย่าง ตอบสนองลูกค้าแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน

ถ้าคุณขาดการติดต่อไม่ได้ รวมถึงชอบแชทแบบ Real time ที่จะต้องพูดคุยไปด้วยทุกที่ก็เลือกใช้แบล็กเบอร์รี่ เพราะ BBM ก็คือบริการเดียวกันกับ MSN นั่นแหละ แต่มันต่างกันตรงที่ MSN มันฟรี แต่ BBM ต้องจ่ายเงินเท่านั้นเอง

ถ้าคุณชอบใช้อะไรเจ๋ง ๆ และมีพัฒนาการอยู่เสมอ ก็น่าใช้ไอโฟน ... เพราะทีเด็ดของไอโฟนอยู่ที่แอพพลิเคชั่นส์ที่ออกมารองรับ Lifestyle ทุกรูปแบบ ใครที่ชอบคิดว่าไอโฟนมีแต่เล่นเกมส์ลองดูเรื่องราวในวันนี้ซึ่งอาจจะทำให้คุณเห็นไอโฟนในมุมมองใหม่นะครับ

.............................................

VeriFone ผู้ให้บริการเครื่องรูดบัตรเครดิตแบบ Handheld ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัวสินค้าใหม่ที่จับเอาไอโฟนมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี นั่นคือการใช้ไอโฟนเป็นเครื่องรูดการ์ดแบบพกพารุ่นใหม่นั่นเองครับ

ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือที่พกติดตัว สวมอุปกรณ์อ่านบัตร เปิดแอพลลิเคชั่นส์ แล้วรับการ์ดจากลูกค้ามารูดผ่านอุปกรณ์ กดจำนวนเงิน แล้วให้ลูกค้าเซ็นต์บนไอโฟนของคุณ

image

เท่านี้การชำระเงินก็จบลง ซึ่งแอพพลิเคชั่นส์ตัวนี้ ((หนึ่งในหลายหมื่นแอพพลิเคชั่นส์ที่มีสำหรับไอโฟน)) ทำให้การทำธุรกิจนอกสถานที่นั้นสะดวกมากขึ้นเรื่อย ๆ

เช่น... การออกงานแสดงสินค้า, งานนิทรรศการ เมื่อก่อนนี้ผมมีปัญหามากในการออกงานแสดงสินค้าเครื่องประดับ โดยเฉพาะในต่างประเทศ เนื่องจากเราไม่สามารถนำเอาเครื่องรูดการ์ดอัตโนมัติจากที่ร้านไปด้วยได้ แต่ลูกค้าคงไม่แบกเงินสดหลายแสนมาซื้อของในงาน ... ก็เลยทำให้เราต้องพาลูกค้าไปจ่ายเงินให้กับบรรดา Payment services อีกต่อหนึ่ง เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอีกหลายเปอร์เซ็นต์ ขายได้หลักล้านก็จ่ายค่าธรรมเนียมหลายหมื่นบาทเข้าไปแล้ว

แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็แจ๋ว เพราะมันใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เราจะต้อง Roaming อยู่แล้ว หรือจะใช้ซิม Local ของแต่ละพื้นที่ก็ได้เช่นกันในการส่งข้อมูลจากบัตรเครดิตไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง, การมีอยู่จริงของบัตร และวงเงินในการชำระค่าใช้จ่าย จากนั้นจึงบันทึกการจ่ายเป็นอันจบกระบวนการ

สลิปจะถูกส่งเป็นไฟล์ไปยังอีเมล์ไปยังลูกค้าหรือจะต่อเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กเพื่อ Print ออกมาให้ลูกค้าตรงนั้นได้เลย

VeriFone ขยับตัวแบบนี้รับรองว่าทุกธนาคารทั่วโลกตอบรับทันทีแน่นอนครับ ... เห็นแล้วคงไม่แปลกที่คนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งจากคนทั้งโลกจะติดใจกับไอโฟนของเขา

Copyrights , All Rights Reserved.

ผลงานทั้งภาพถ่าย,กราฟฟิคส์ และบทความทั้งหมดในเว็บไซท์นี้มีกฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครอง ถ้าต้องการนำไปใช้งานกรุณาอ่าน "ข้อตกลงในการนำไปใช้"

จากเนื้อหา ผมรู้สึกว่า ถ้าอุปกรณ์นี้ได้รับการตอบรับดีหล่ะก็ ผมเห็นปัญหาเรื่องความปลอดภัยอยู่รำไรเลยครับ
ทั้งเครื่อข่ายไร้สาย ทั้งอุปกรณ์ปลอม

อีกข้อคือเรื่อง ความน่าเชื่อถือ เพราะถ้าเป็นผม ผมก็คงไม่ยอมให้ใครเอาบัตรเครดิตไปรูดกับอุปกรณ์แปลกๆของคนอื่นแน่นอนครับ นอกเสียจากว่าจะมีวิธียืนยันว่าอุปกรณ์เป็นของที่รับรองโดยธนาคารอย่างแท้จริง และถ้าผมต้องจ่ายเงินจำนวนมาก ก็คงใช่วิธีติดต่อกับธนาคารโดยตรงเอาจะปลอดภัยกว่า

แต่ก็ไม่ได้มองเห็นแค่ปัญหาอย่างเดียว ผมกลับคิดว่าอุปกรณ์นี้ จะเหมาะกับการซื้อขาย micro transaction มากกว่า ที่ไม่มีความเสี่ยงสูงมากนัก และต้องการความคล่องตัวสูงครับ

ทิ้งท้ายครับ ผมมีคำแนะนำสำหรับคนจะซื้อ iPhone แค่ว่า “อย่าซื้อ iPhone มาเพื่อ Jailbreak”  smile

Avatar for Yen

By: Yen
on December 15th, 2009
at 01:21 PM

Agree ka! I did have changed 3 iphones in 1 year by the Apple care, I don’t recommend Jail breaking at all…

Avatar for koranuts

By: koranuts
on December 15th, 2009
at 11:27 PM

@เยน...
เรื่องความปลอดภัยก็เป็นเรื่องนึงที่ผู้คนระวังกันมาตลอด
แต่เชื่อพี่เถอะว่ามันกำลังจะถึงยุคที่ธนาคารเข้ามา “การันตีการจ่าย” ให้ผู้ถือบัตร

เรามาจากยุคที่ใช้เครื่อง Zip-Zap กดการ์ดให้ขึ้นเป็นรอยบนเซลสลิปแล้วโทรขออนุมัติวงเงินทุกรายการ ... หลังจากนั้นไม่ถึงสิบปี เรามีเครื่องรูดการ์ดอัตโนมัติที่ออนไลน์กับธนาคารได้โดยตรง ((VeriFone นี่แหละที่ทำให้เกิดยุคที่ว่านี้))

ตอนแรก ๆ พี่เห็นลูกค้าส่วนใหญ่ก็ไม่กล้าใช้กัน
ขอให้รูดการ์ดด้วย Zip-Zap เหมือนเดิม เพราะกลัวว่าระบบใหม่จะไม่ปลอดภัยพอ
ทุกวันนี้ก็ใช้กันได้ทั่วไปแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อและปั๊มน้ำมัน
ยอดซื้อขายผ่านบัตรเครดิตโตขึ้นหลายพันเปอร์เซ็นต์

เป็นไปได้ครับที่จะเอามาประยุกต์ใช้กันในบางอุตสาหกรรม
และพี่เชื่อว่าจะมีการจ่ายเงินง่าย ๆ อีกเยอะ ((อย่างเช่นที่ตอนนี้ทีมไฟร์วันวันกำลังทำอยู่ก็คืออนาคต ... วางการ์ดบนโต๊ะปุ๊บ อุปกรณ์มัลติทัชอ่านบัตรปั๊บ ผู้ใช้ลากภาพรายการอาหารเข้ามาใส่ในบัตรแล้วตัดเงินทันที))

ความมั่นใจของผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาเอาเทคโนโลยีเหล่านี้ไปข้างหน้า
พี่เชื่อว่าผู้ผลิตจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
และถึงตอนนั้นผู้บริโภคก็จะเริ่มใช้เองครับ

MicroTransactions ทั้งหลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีทีเดียวอย่างที่เยนมองนั่นแหละ

Avatar for White

By: White
on December 16th, 2009
at 12:30 AM

@koranuts ...
ยินดีต้อนรับ smile ((กลับมาถึงเมืองไทยหรือยังครับเนี่ย??))

Avatar for White

By: White
on December 16th, 2009
at 12:31 AM

หนึ่งไปฮ่องกง ใช้บัตร รูดบัตรเสร็จ พนักงานส่งเครื่องให้กดรหัส
งงเลยไม่เคยกด บ้านเรารูดเซ็นต์ชื่ออย่างเดียว
บ้านเราระบบความปลอดภัยยัง  boo

Avatar for Oneday

By: Oneday
on December 16th, 2009
at 09:23 AM

ประสบการณ์ตรง
ตอนไปเที่ยวยุโรป ร้านอาหารตอนข่ายดว้ยบัตรเครดิต บางร้านเค้ายกเครื่องออกมาให้รูดเองเลยครับ ไม่รับบัตรเครดิตเดินเข้าไปหลังร้าน

Avatar for Yen

By: Yen
on December 16th, 2009
at 10:03 AM

ใช่ครับ...
บางประเทศที่เขามีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มแข็ง
เขามักจะมีกฎหมายพ่วงที่กล่าวถึงขั้นตอนการปฎิบัติในการรูดบัตรเครดิตของลูกค้า
เพื่อป้องกันการที่อาจจะมีพนักงานนำเอาตัวเลขทั้งหลายบนบัตรไปใช้ในทางมิชอบ
ลูกค้าก็เลยต้องเป็นผู้รูดการ์ดเอง + กด Pin ส่วนทางร้านจะเป็นผู้กดจำนวนเงินครับ

เป็นที่มาของอุปกรณ์ Hand held ของ VeriFone ที่ขายดีนับร้อยล้านเครื่องมาเป็นสิบปี

บ้านเรานี่หลับหูหลับตาทำไปเหอะ...
เดี๋ยวนี้เห็นบางร้านทำถึงขนาดที่ระบุหมายเลขบัตรทั้ง 16 หลักเข้าไปในใบเสร็จด้วย!!!

Avatar for White

By: White
on December 16th, 2009
at 10:30 AM

อันนี้เจ๋งจริงๆ การประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ต่อพ่วงเริ่มมีคนให้ความสนใจมากขึ้นเพราะข้อจำกัดบางอย่างในตัวมันเอง
ไหนจะเรื่องทัชชิ่งในการเล่นเกมส์ และอื่นๆ

ชักจะคิดอะไรสนุกๆขึ้นมาได้แล้วล่ะสิ

Avatar for B a l a n c e -

By: B a l a n c e -
on December 18th, 2009
at 11:48 AM

กรุณาล็อกอินก่อนแสดงความเห็นของคุณ...