Home : Blog-a-zine :Section: White Everyday :Category: Plain Living High Thinking

- รู้จักทุกข์ในใจ -

July 19th, 2007 Posted by: - White -

image

สองสามวันที่ผ่านมานี้ พี่ได้รับรู้ว่ามีน้องคนหนึ่งกำลังทุกข์ใจอย่างมาก
ชีวิตเต็มไปด้วยความร้อนรน เพราะมีปัญหาที่หาทางออกไม่ได้
เรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน จึงขอเอามาเป็นตัวอย่างในวันนี้
เพราะพี่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะใช้เตือนสติพวกเราทุกคนได้เป็นอย่างดี

พี่ไม่ได้เป็นพระ เพราะฉะนั้นอย่าเข้าใจกันผิด
อย่าคิดว่าพี่จะรู้ไปหมด หรือมานั่งเทศนากันได้ทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้คิดว่าพอรับมือไหว และน้องคงจะฟัง พี่ถึงแนะนำ
เมื่อน้องคนนึงกำลังจมอยู่ในกองทุกข์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน
สิ่งที่พี่ทำได้คือ “ตะโกนเรียก” ให้เขาปีนกลับขึ้นมาจากบ่อโคลนด้วยตัวเอง
พี่จะทำเท่าที่พี่ทำได้เท่านั้น...

image

เราต้องเข้าใจก่อนครับว่า
ความอึดอัดใจ ความทุรนทุรายที่กำลังเกิดอยู่นี่... มันเกิดขึ้นในใจเรา
คนอื่นเข้ามาแก้ให้ไม่ได้ พี่เข้ามาแก้ให้ไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็ทำไม่ได้เช่นกัน
ต่อให้เป็นพระพุทธองค์ก็ทรงเข้าไปแก้ให้ไม่ได้ครับ
เพราะทุกข์ในใจเราเกิดจากความคิดจิตใจของเรา เราจึงต้องแก้เอง
สิ่งที่พระพุทธองค์สอน คือ

“คู่มือในการแก้ปัญหาด้วยตัวเองฉบับแรกของโลก”

พระพุทธองค์จึงเคยสอนว่า
ต่อให้เดินตามหลังพระองค์ทุกวัน ต่อให้เดินอุ้มบาตรจับชายจีวรทุกวัน
แต่ไม่ได้สนใจศึกษาคำสอนที่ทรงสอนเอาไว้ ทำอย่างนี้นานนับสิบ ๆ ปี
ก็ยังถือว่าอยู่ห่างไกลพระองค์จนเหมือนไม่รู้จักกัน

ส่วนใครก็ตามที่แม้จะไม่เคยเห็นพระพักตร์ของพระพุทธองค์
แต่ศึกษาคำสอนเป็นอย่างดี รู้จักตนเอง รู้จักสติ รู้จักเหตุแห่งทุกข์
รู้จักวิธีดับทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจของตัวเองได้ทุกครั้ง
ต่อให้อยู่ไกลกันนับพันนับหมื่นโยชน์ ต่อให้ไม่เคยเห็นหน้ากัน
แต่คนผู้นั้นถือว่าอยู่ใกล้ชิดพระองค์อย่างที่สุด
เพราะผู้นั้นมีธรรมอยู่ในหัวใจแล้ว

ตัวอย่างที่พี่ยกขึ้นมาข้างบนนี้ เป็นคำสอนที่กำลังให้ความรู้กับเราว่า
จะเกิดสื่งดีหรือไม่ดีนั้นอยู่ที่ “จิตใจของเราเอง” และคำสอนจะมุ่งเน้นไปที่นี่
หนทางที่จะแก้ทุกข์ได้มีอยู่ใน “คู่มือแก้ปัญหา” ของพระพุทธศาสนา
หัดอ่านหัดศึกษา หรือลองเปิด ๆ ดูซะบ้างถ้าอยากแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง

หนทางแห่งปัญญานั้นไม่ได้อยู่ที่พระพุทธเหลืองอร่าม


ไม่ได้อยู่ที่พิธีกรรมใด ๆ ทั้งหลายแหล่ที่เกิดมาหลังจากยุคของพระพุทธองค์
การตระเวนไปสะเดาะเคราะห์เจ็ดวัดเก้าวัด จึงไม่ได้ทำให้ทุกข์ในใจหมดไป
อาจจะแค่สบายใจขึ้นเมื่อได้ทำอะไรซักอย่างเท่านั้น
แต่กลับมาแล้วทุกข์นั้นก็ยังอยู่ และรอให้เราเริ่มลงมือแก้ไขปัญหานั้นซะ

image
[photo: eatmorechips - flickr.com] ... creative common license

................................................................................
ลองนึกถึงคนที่เป็นหนี้สินมหาศาล ขณะที่ธุรกิจก็กำลังแย่ลง ไม่มีเงินใช้หนี้
ธนาคารก็เร่งรัดเข้ามา ไม่งั้นจะส่งหมายศาลมาให้
เมื่อหาทางออกไม่ได้ ในขณะที่ไม่รู้จะหาเงินมาใช้หนี้ยังไง
ทุกข์นั้นก็เริ่มเกิดอยู่ในใจ... ไปทำบุญซะเก้าวัด สะเดาะห์เคราะห์อีกเจ็ดวัด
ถามว่าหนี้ก้อนนั้นหายไปมั้ย... แล้วทุกข์นั้นหายไปด้วยมั้ย...
ทุกข์ยังอยู่ที่เดิมเพราะหนี้สินยังไม่ลดลง
ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือยังไม่มีปัญญาใช้หนี้เหมือนเดิม

เมื่อไม่รู้จักแม้กระทั่งทุกข์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
แต่จะเรียกร้องให้พระพุทธองค์ช่วยแก้ให้... จึงเป็นไปไม่ได้ไงครับ

................................................................................

เราจึงควรจะเริ่มต้นที่คำว่า... ทุกข์นั้นเป็นของใครของมัน
ไม่มีใครช่วยเราให้พ้นทุกข์ได้ นอกจากตัวเราเองเท่านั้น
และเราไม่สามารถแบกรับทุกข์ให้คนอื่นได้ นอกจากตัวเขาเองเท่านั้น

แล้วเราจะพ้นไปจากทุกข์ที่กำลังเกิดในใจได้ยังไง..?
ต้องหา “ต้นเหตุ” ให้เจอซะก่อน ถึงจะดับทุกข์ในใจได้

image
[photo: fredarmitage - flickr.com]... creative common license

................................................................................
น้องคนนี้มีทุกข์เนื่องจากความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของเพื่อนสนิท
ที่กำลังเดินทางผิด และกำลังลุ่มหลงไปในหนทางที่จะนำมาซึ่งสิ่งเลวร้าย
พูดยังไงเพื่อนก็ไม่เชื่อ ห้ามยังไงเพื่อนก็ไม่ฟัง
เพราะคนชักนำคือแฟนหนุ่มของเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน
และแสดงตัวว่าเป็นคนในวงการ ซึ่ง “ถูกจริต” คนกลุ่มนึงอย่างยิ่ง

เมื่อรู้ว่าเพื่อนของตัวเองที่คบกันมาจนรู้จักดีว่าขาวสะอาด และไร้เดียงสา
กำลังลุ่มหลงคำหวาน ถูกชักจูงไปด้วยเล่ห์โดยไม่ทันรู้ตัว
แถมยังยอมเดินตามเข้าไปในด้านมืดของชีวิตด้วยคิดว่า “ไม่มีอะไรหรอก”
น้องของเราคนนี้จึงทนไม่ได้ และพยายามห้ามปรามเอาไว้จนสุดกำลัง

image

พี่ถามน้องคนนี้ว่ารู้สึกมั้ยว่าทุกข์เกิดขึ้นในใจของตัวเราเองแล้ว
น้องตอบว่า ใช่พี่... ตอนนี้หนูเป็นทุกข์มาก ไม่รู้จะหาทางออกยังไงดี
พี่ถามต่อไปว่า... แล้วเพื่อนเราตอนนี้เค้าเป็นทุกข์อยู่ด้วยมั้ย
น้องตอบว่า... คงไม่หรอกพี่...
ป่านนี้มันดูหนังกับแฟนอยู่ แล้วเดี๋ยวจะไปต่อกันที่ผับแถวเลียบทางด่วน

หาเจอหรือยังครับว่า “ไอ้ตัวร้ายที่ก่อให้เกิดทุกข์” มันอยู่ที่ไหน?
อยู่ในใจของน้องของเรานี่เอง...
เพื่อนมันไม่ได้รู้สึกรู้สาเลยด้วยซ้ำ กลับบ้านมาคงจะยังหน้าระรื่นอยู่เลยมั้ง...
แต่น้องของเราเป็นทุกข์จนหน้าเขียวหน้าดำไปหลายวันแล้ว

ยัง... ยังไม่จบ ยังมีฤทธิ์อีกนิดหน่อย...
อ้าว ที่หนูทุกข์นี่ก็เพราะว่าเพื่อนหนูมันไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวมันจะต้องเจอปัญหาแน่ ๆ
หนูเลยรีบบอกมันเอาไว้ก่อน มันก็ไม่เข้าใจ หาว่าหนูยุ่งเรื่องส่วนตัวของมัน

เสียงนึงดังขึ้นแว่ว ๆ แต่บังเอิญน้องมันไม่ได้ยิน ...

เออ... เพื่อนมันพูดถูกแล้ว

................................................................................

คนเรามีสองแบบ

แบบที่ยอมปล่อยให้อารมณ์เป็นผู้กำกับชีวิต

มักจะปล่อยใจตามที่อารมณ์สั่งการ ชีวิตเป็นไปตามความอยาก-ไม่อยาก
ซึ่งมักจะจบลงด้วยความไม่เอาไหน เพราะทำทุกอย่างตามความสบายของตน

ส่วนคนอีกแบบนั้นใช้เหตุผลในการกำกับชีวิต

มักจะรู้จักหักห้ามใจตนเอง เพื่อหยุด และคิดก่อนที่จะลงมือทำ
การหยุดเพื่อคิด เป็นการเรียกสติและเหตุผลกลับคืนมานั่นเองครับ

คนไม่เอาไหน

จะเคี่ยวเข็ญคะยั้นคะยอให้ขยันเรียนยังไงก็ไม่รอด
ส่งไปเรียน พาไปเรียนพิเศษ มันก็หนีออกไปเที่ยวเพราะใจมันอยาก
ถึงจะบังคับเอาหนังสือให้อ่าน ต่อให้นั่งถือไม้เรียวรอมันอ่านให้จบ
ตามันอาจจะที่มองหนังสือ แต่ใจมันไปที่อื่นแล้ววววววว
ต่อไปจะต้องเคี้ยวข้าวแล้วกลืนแทนด้วยมั้ย????

คนที่มีสติปัญญา

แค่มีคนหวังดีเตือน เขาจะมีสติคิดทันทีว่ามีเหตุผลพอมั้ย
ถ้ามีเหตุผลมากพอ เขาจะเปลี่ยนทิศทางไปให้ถูกต้องทันที

image

................................................................................
หลวงปู่ชา เคยสอนเอาไว้เรื่องจิตใจคนก็เหมือนกับม้าที่มีกำลังแรงเหลือเกิน
พี่ว่าเป็นคำสอนที่เรียบง่ายและเห็นภาพชัดเจนอย่างมาก
พี่ก็เลยขอเอามาขยายความให้อ่านกันตรงนี้

จิตใจที่ไร้สติ ก็เป็นเหมือนม้าที่ยังไม่ได้ฝึกและปล่อยให้อารมณ์เป็นตัวกำกับ

ถ้ามันจะไป อย่าได้มาขวาง อย่าได้มาฉุดมันเชียว
ไม่งั้นคนที่ฉุดยื้อเอาไว้นี่อาจจะถึงตายได้ ถ้าเข้าขวางก็เจ็บตัวเหมือนกัน
มันจะเตลิดเปิดเปิงจนหมดแรง เจ็บตัว เสียใจ กลับมานอนพักซมซาน
แต่เชื่อมั้ยว่าพอมันมีแรง ม้าตัวนี้มันก็จะเตลิดออกไปอีก
คนที่ไร้ซึ่งสติถึงตกหล่มโคลนตมของชีวิตเป็นระยะ ๆ ไปตลอดกาล
เดี๋ยว ๆ ก็จมกองทุกข์ แล้วก็ดีขึ้นมา อีกเดี๋ยวก็เป็นทุกข์อีกแล้ว

image
[photo: C.wilkinson - flickr.com]... creative common license

ขณะที่จิตใจที่ได้รับการฝึกฝนจนรู้จักใช้สติ ยังคงเป็นม้าที่มีกำลังเช่นเดิม
แต่สามารถควบคุมได้ จะสั่งซ้าย สั่งขวา เดินหน้าถอยหลัง และสั่งให้หยุดได้

เรื่องที่สำคัญก็คือ ม้าที่ควบคุมได้นี้ไม่เคยทำให้คนขี่ม้าอย่างเราเจ็บตัว
แถมยังเป็นกำลังที่สำคัญให้กับเราได้อีกต่างหาก
คนที่มีจิตใจที่มีสติ เรียกครั้งเดียว เขาก็หันกลับมา
พูดนิดเดียวเขาจะตั้งสติคิดหาเหตุผล แล้วเขาจะเข้าใจเหตุผลตามที่ควรจะเป็น
................................................................................

ดังนั้นการที่น้องอยากจะเตือนเพื่อนถึงการกระทำของเขา
ควรจะทำความรู้จักซะก่อนว่าเพื่อนเราคนนี้เป็นม้าแบบไหน
เป็นม้าจอมเตลิดเปิดเปิง หรือเป็นม้าที่มีสติ... ?

ถ้าจิตใจของเขาเป็นม้าที่ไร้สติ ถึงจะเรียกจะเตือนแล้วก็ไม่เกิดผล
ขอร้อง... ว่าอย่าเข้าไปขวาง อย่าพยายามยื้อยุดฉุดกระชาก

การที่เราเข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากม้าที่กำลังพลุ่งพล่านด้วยอารมณ์
เป็นเหตุผลที่เราจมทุกข์สะบักสะบอมอยู่ทุกวันนี้ไง...

สิบล้อกำลังเมายาบ้า ซิ่งป่ายซ้ายปาดขวามาตลอดทาง
ตำรวจจราจรรายนี้เกิดฟิตจัด กระโดดเข้าขวางถนน
คาดหวังว่าจะให้คนขับสิบล้อที่เมายาบ้าอยู่มองเห็นเครื่องแบบ
คาดหวังจะให้คนขับเกิดคิดได้ขึ้นมา ตัดสินใจเหยียบเบรกหยุดทันทีทันใด...
น้องฝันไปหน่อยมั้ย..??
เพราะส่วนใหญ่มันมักจะกระทืบคันเร่งใส่ด้วยความเมามันส์ต่างหาก

image
[photo: Fraochsidhe - flickr.com]... creative common license

ถ้าเตือนแล้วไม่เชื่อ ต้องปล่อยเขาไป อย่ารั้งเอาไว้
เมื่ออารมณ์ทั้งหลายมันถูกปลดปล่อยเขาจะสงบลงเองในที่สุด
ต่อจากนั้นจะเกิดทุกข์ จะเกิดสุข ก็ล้วนแต่มาจากการกระทำของเขาเองครับ

ถ้าทุกข์ใด ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในใจเขา
ไม่ว่าจะเกิดด้วยเหตุของความโง่เขลา ไร้ปัญญา หรืออารมณ์ชั่ววูบ
มันจะต้องเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก และเราไม่สามารถเข้าไปแก้ให้เขาได้ครับ
เราทำได้แค่ปลอบโยน ปลอบใจ เรียกสติกลับคืนมาและให้กำลังใจตั้งต้นใหม่

การที่เราโดดเข้าไปขวางเอาไว้สุดชีวิตนั่นแหละทำให้เราเกิดทุกข์
เพราะเราไปคิดแทนเขา ขณะที่พูดแล้วพูดอีกเขาก็ไม่ฟังเรา
ตรงนั้นแหละที่ทำให้เกิดทุกข์ขึ้นในใจเราเอง ไม่ใช่ที่ตัวเขา
เพราะทุกข์ที่ใจเขายังไม่เกิดขึ้นเลยในวันนี้ ที่เป็นอยู่นี้มันของเราต่างหาก

พอเกิดขึ้นมาแล้วดับไม่เป็น

ก็ซวยละสิ... ออกงิ้วออกยักษ์กันก็งานนี้

image
[photo: 7-how-7 - flickr.com]... creative common license

แต่ถ้ามองให้เจอเหตุเสียอย่าง ยอมรับความเป็นจริงของชีวิตได้อย่างนี้
มองเห็นทุกข์ที่เกิดในจิตใจของเรา ทุกข์ที่ทำให้เราสับสนวุ่นวาย
รู้จักเจ้าต้นสายปลายเหตุนี้แล้ว เอามาพิจารณาให้ดี แยกมันให้ชัด
เราจึงสามารถดับลงได้โดยสิ้นเชิงด้วยตัวเราเองในนาทีนี้

ถึงวันนี้ พี่ดีใจที่น้องสามารถเรียกสติของตัวเองกลับคืนมาได้
สามารถเห็นเหตุที่ทำให้มันเกิดทุกข์ในใจนี้ และแก้ไขตัวเองได้ทัน
พี่ดีใจมากที่น้องทำแค่เรียกเพื่อน เตือน และให้สติเท่านั้น
แต่อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปนั้นเป็นการตัดสินใจของเขาเอง
ทุกคนมีชะตาชีวิตของตัวเองอยู่ในมือ จะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาก็อยู่ที่ตัวเขา
ให้คำแนะนำ แล้วปล่อยให้เขาตัดสินใจนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วครับ

ถ้ามีคนเตือนแล้วยังดื้อด้านใช้อารมณ์เป็นเครื่องชี้นำ
ยังเตลิดเปิดเปิงตามใจตัวเองอยู่อย่างนั้น ก็ควรแล้วที่จะต้องซมซาน
ใครจะบอกว่าเราใจร้ายที่ช่วยเพื่อนแค่ใช้วิธีเตือน
แต่ไม่ยอมโดดลงไปขวางสิบล้อ.... พี่ขอบอกว่าก็ช่างหัวมันเหอะ
คนดีที่มีแต่ปากไว้พูดยังมีให้เห็นอีกเยอะ

Copyrights , All Rights Reserved.

ผลงานทั้งภาพถ่าย,กราฟฟิคส์ และบทความทั้งหมดในเว็บไซท์นี้มีกฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครอง ถ้าต้องการนำไปใช้งานกรุณาอ่าน "ข้อตกลงในการนำไปใช้"

ปุ๋ยอยากอ่านบทความนี้มากเลยค่ะ
ร้านปิดเที่ยงคืนพอดีเลยค่ะ อดอ่านเลย
ปุ๋ยขอตัวก่อนนะคะ

((วิ่งไปถามเจ้าของร้าน ว่า print ได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้จะดิ้นๆ ร้องไห้งอแง sick ))

Avatar for 5 cm/s

By: 5 cm/s
on July 19th, 2007
at 12:05 AM

ดีมากเลยค่ะ  มากๆๆๆ มากจริงๆ
ฝ้ายอ่านแล้ว ย้อนมองตัวเอง  ย้อนมองคนรอบข้าง
ย้อนมองอดีต  ผลของอดีตกลายเป็นปัจจุบัน  และผลของปัจุบันนี้จะกลายเป็นอนาคตของเรา

ฝ้ายเคยบ้าระห่ำ..ฝ้ายทำมาหลายๆอย่าง 
จนตอนนี้โตขึ้น ความบ้าลดลง..ไม่ใช่ว่าแก่ลงหรอกนะ แต่รู้จักเจ็บแล้วก็รู้จักจำ
คนเราแม้พลาดพลั้งไป หากมีสติ รู้จักคิด ก็สามารถอดทนและแก้ไขได้ค่ะ

การมอง..ใช้แค่ตามองไม่ได้..ต้องใช้สติมองควบคู่ไปด้วย  made by heart

Avatar for ladywitch

By: ladywitch
on July 19th, 2007
at 12:19 AM

kiss ... made by heart

^
แล้วก็พี่ขอลอกคำตอบน้องฝ้ายยกแผงจ้าาา ชอบๆๆๆ cheese

Avatar for air

By: air
on July 19th, 2007
at 12:33 AM

อารมณ์อยากอ่านบทความแบบนี้ เหมาะเม๋งมาก juon

ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค และ มรรค มี มรรคแปด

Avatar for DJtomatoki

By: DJtomatoki
on July 19th, 2007
at 12:37 AM

made by heart

Avatar for YueN

By: YueN
on July 19th, 2007
at 05:15 AM

wink

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ตอนเช้าครับพี่ไวส์

Avatar for LINKS

By: LINKS
on July 19th, 2007
at 09:24 AM

อ่านหมดจดทุกตัวอักษรครับ

Avatar for Cafe Del Mar

By: Cafe Del Mar
on July 19th, 2007
at 10:31 AM

ทุกอย่างอยู่ที่ใจ  made by heart

Avatar for -t-u-k-i-k-o®

By: -t-u-k-i-k-o®
on July 19th, 2007
at 10:53 AM

แจ่มแจ้ง เห็นแสงสว่าง เลยนะครับ
เรื่องแบนนี้ไม่เจอกะตัวเอง คงเข้าใจยากนะครับ
ทุกข์ในใจ  ก็ต้องแก้ในใจ  แต่ถ้ามันมากจนแก้ไม่ไหว
ตั้งสติไว้ก่อน ตั้งตัวให้ได้ก่อน เมื่อตั้งตนไว้ดีแล้ว
ค่อยๆทำอะไรๆต่อ
อย่ายอมแพ้ครับ

Avatar for tonton

By: tonton
on July 19th, 2007
at 03:47 PM

made by heart ขอบคุณทุกอย่างที่พี่ไวท์ได้สอนค่ะ มันมีค่ากับทุกๆคน ที่อาจเผลอลืมสติของเราไป  สติ กับเพื่อนแท้ ที่จะช่วยให้เราผ่านอุปสรรคมาได้

Avatar for tunkmay

By: tunkmay
on July 19th, 2007
at 05:59 PM

“มันก็เป็นเช่นนั้นเอง” พุทธทาส

smile

Avatar for F

By: F
on July 19th, 2007
at 07:26 PM

เป็น section ที่รออ่านอยู่ค่ะ  tongue เรื่องแนวนี้เวลาเจอแล้วเหมือนโดนวิชาจี้จุด ชอบจริงๆ เลย เหมือนเวลานั่งฟังเทศน์ เกือบทุกครั้งหยกว่าสนุกดี มีอะไรให้เราได้เรียนรู้เยอะแยะ แล้วก็รู้สึกว่าน่าสนใจไปซะหมด เพราะเรื่องของธรรมชาติเป็นศาสตร์ที่ใกล้เราแต่กลับมีเนื้อหาลึกลงไปและกว้างออกไปอย่างน่าอัศจรรย์

อ่านเรื่องความสัมพันธ์แบบเพื่อนๆ นี่แล้วทำให้นึกถึงวลีหนึ่งที่พี่ๆ ในโรงเรียนพูด “เราจะร่วมสุข แต่ไม่ร่วมทุกข์กัน” ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ไม่ห่วงใยกัน แต่ว่าเรื่องทุกข์มันไม่น่าร่วมด้วยจริงๆ  ในฐานะกัลยาณมิตรจะตักเตือนกันแล้วจะให้กำลังใจกัน แต่จะไม่ทุกข์ด้วยกัน เพราะมันไม่ใช่การแก้ไขปัญหา

หยกเองก็มีค่ะที่มีความทุกข์ โดยเฉพาะเวลาที่สติมันก้าวพลาดไป แล้วถ้าพลาดโดยไม่ลุกขึ้นมาจากกองทุกข์นั้น เราก็จะยิ่งจม จม จมลงไปลึกยิ่งขึ้น ซึ่งก็ทำนองเดียวกับที่พี่ไวท์ว่า.. ไม่มีใครช่วยเราได้หรอก นอกจากสติปัญญาของตัวเราเอง ถ้าเพื่อนจะช่วยก็คงเป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ระยะยาวแล้วก็คือตัวเองอยู่ดี ..

สำหรับหยกเอง ที่มันซับและซ้อนลงไปก็มีบ้าง เพราะเรารู้นิสัยตัวเองว่า “เราไม่ชอบเป็นคนไม่ดี” เวลาหยกสติหลุดก็เคยมีที่โกรธตัวเอง ว่าทำไมถึงได้แย่นัก ทำไมฉันเป็นแบบนั้น ทำไมฉันทำแบบนี้ ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาลงไปอีก .. พอมาคิดดูก็ โอ้.. เรานี่ไม่รู้จักธรรมชาติเลยแฮะ.. เราไปคาดเค้นกับธรรมชาติมากเกินไป พอคิดได้ก็สบายตัว ซึ่งหยกก็คิดเหมือนกันว่าคีย์ที่ทำให้คนเราฉุกคิดได้นี่มันมาจากไหน

หยกคิดๆ ดู วัดผลได้เองว่ามาจากการฝึก การเปิดใจเรียนรู้ การทดลอง อย่างการนั่งสมาธินี่ก็เห็นผลชัดมาก เพราะถ้าทำสม่ำเสมออารมณ์จะนิ่งไม่วูบๆ วาบๆ มีอะไรมากระทบก็จะเกิดการสะท้อนกลับไปแบบนุ่มๆ แต่ถ้าเราไม่ได้ฝึกจิตใจบ่อยๆ ก็จะเอียงไปตามสิ่งที่มากระทบแบบแรงและแข็ง .. ก็เลยรู้ว่า ธรรมะนี่ช่วยเราได้ก็เมื่อเรานำมาใช้ .. โดยเฉพาะถ้าเรารู้จักตัวเราได้ดี เราจะหาลู่ทางที่ฉลาดในการฝึกตัวเองและฉลาดในการคิด อย่างตัวหยกเอง หยกว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่ผลคือหยกได้เป็นคนดีหรือไม่ แต่อยู่ที่หยกได้ทำดีต่างหาก

คุณค่าอยู่ที่การปฏิบัติ อย่างที่หลวงปู่ชาไว้ว่า รูปภาพของม้ามากมายก็สู้ม้าจริงๆ ตัวเดียวไม่ได้
เขียนยาวจนได้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนที่เผลอตัวมาอ่านไม่มากก็น้อยนะคะ
พรุ่งนี้มีสอนเช้า แหะ.. สวัสดีก่อนนอนแล้วค่ะ

made by heart

Avatar for wandee.goodday

By: wandee.goodday
on July 19th, 2007
at 10:04 PM

[น้องปุ๋ย]...
เมื่อคืนนี้เห็นคอมเมนท์ปุ๋ยพี่ก็ตกใจว่า อ่านจบเร็วจัง??
พอมาอ่านคอมเมนท์... ที่ไหนได้ 5555
ตกลงได้อ่านยัง??

[น้องฝ้าย]...
ประสบการณ์เป็นสิ่งมีค่าจริง ๆ ใช่มั้ย??
ถึงจะเจ็บตัวมาบ้างแต่ถ้าเราได้เรียนรู้ มันก็ทำให้เราเข้มแข็ง และเข้าใจโลกมากขึ้น
แต่ถ้าเจ็บซ้ำเจ็บซ้อน อันนี้คงต้องเรียกอย่างอื่น 5555

[แอร์]...
ลอกดื้อ ๆ อย่างนี้จะให้เรียกว่าคนแบบไหนดี?? 5555

[ตั้ม]...
แหม มาเป็นชุดเชียว
ถ้าเอามาเขียนยกอัลบั้มอย่างนี้อาจจะได้ยกระดับเป็นเว็บไซท์ศาสนาเร็ว ๆ นี้
แล้วพี่จะโหวตให้ตั้งให้ตั้มเป็นเจ้าอาวาสนะ 5555

[น้องยืน]...
ใส่หัวใจมานี่จะบอกว่า โดนนนนนนนน
หรือไม่รู้จะเขียนอะไรดี??

[น้องลิงค์]...
นาน ๆ ทีก็พอนะ
เป็นกันบ่อย ๆ สงสัยพี่ได้พูดทั้งวันแน่เลย

[เต้ย]...
เดี๋ยวเจอกันจะถามเป็น QuizShow 5555

[น้องตุ๊ก]...
จ้าาาาาา เพิ่มจากน้องยืนมาหน่อยนึง
คาดว่ามึนพอกันใช่มั้ย พวกแก๊งค์นอนดึกนี่ยังไม่ได้คิดบัญชีนะ

[tonton]...
ถูกต้องที่สุดเลยครับ
ถ้ามันมากจนแก้ไม่ไหว ยังไงก็ต้องตั้งสติไว้ก่อน
อย่างน้อยจะยังไม่ทำอะไรผิดเพิ่มเติมไปอีก

[น้องเมย์]...
ยินดีครับ.. อย่าลืมเรียกสติของตัวเองทุกครั้ง
หยุด เพื่อคิดให้ถี่ถ้วน แล้วค่อยทำ

[น้องเอฟ]...
ถูกต้องงงงงงงง
มองเห็นจนทะลุถึงเหตุก็ไม่มีอะไรในกอไผ่...
แต่ในความไม่มีก็คือมี...
เมื่อมีแล้วก็ต้องทำให้ไม่มี

พอมี และไม่มีหลายชั้นซ้อน ๆ เข้าก็จะกลายเป็น “งง”
โอ้...รสชาติของเซนช่าง “งงดีแท้” 5555

[น้องหยก]...
เป็นบทความที่คิดเอาไว้ว่า ต้องมีประสิทธิภาพในการ “เรียกหยกออกจากถ้ำ” ได้แน่ ๆ 5555

“เราจะร่วมสุข แต่ไม่ร่วมทุกข์กัน”
เป็นคติที่ลึกซึ้งถึงแก่นมากเลยครับ ยิ่งหยกเอามาเขียนในคอมเมนท์ของบทความนี้
คนที่ยังไม่เข้าใจ จะทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นเยอะเชียว
ถ้าต้องการชัด ๆ ก็ควรจะอ่านช้า ๆ อีกซักรอบ จะซึมเข้าผิวหนังได้ดีเหมือนมอยส์เจอร์ไรซ์เซอร์

พยายามข้ามเรื่อง “มี กับไม่มี” ของพี่กับเอฟไป เพื่อป้องกันการงง 5555

อ่านที่เขียนมา หยกก็เคยเป็นใช่มั้ยที่บางครั้งมองเห็น “ทุกข์” ได้ชัด ๆ
แต่ดันเอาตัวรอดจากมันไม่ได้ อุตส่าห์เห็นแท้ ๆ แต่ก็ยังวนกลับมาหามันอีกจนได้
((เท่าที่อ่านดูของหยกยังแถมซ้ำตัวเองอีกต่างหาก... เฮ้อ... ))

ม้าตัวเดียว ฝึกให้เชื่อง ฝึกให้มีวินัย
แล้วจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ชีวิตเราจะสามารถพึ่งพาไปได้ตลอดครับ

ราตรีสวัสดิ์
- ดีใจที่ได้คุยกับหยกเรื่องนี้ -

Avatar for White

By: White
on July 20th, 2007
at 12:50 AM

made by heart
again

Avatar for YueN

By: YueN
on July 20th, 2007
at 05:35 AM

juon คำสอนพี่โดนใจสุดสุดค่ะ

Avatar for Rabbit

By: Rabbit
on July 20th, 2007
at 06:23 PM

เป็นบทความที่ดีมากเรยค่ะพี่ไวท์ ทำให้คิดได้หลายๆอย่าง หลายๆมุมที่เคยเป็นมา
smile

Avatar for Nicky

By: Nicky
on July 20th, 2007
at 06:36 PM

ดีใจที่ได้คุยกับพี่เรื่องนี้เช่นกันค่ะ grin

Avatar for wandee.goodday

By: wandee.goodday
on July 20th, 2007
at 08:44 PM

ที่จะบอกก็มีคนบอกแทนไปหมดแล้วอ่าครับ  grin

มันอยู่ที่เราจะคิดนะครับผมว่า
ถ้าเราไม่คิดที่จะมีทุกข์ มองโลกเป็นเรื่องง่ายๆ
เหมือนเกม PSP ที่เล่นเท่าไหร่ ก็ไม่เบื่อ เล่นแพ้ ก็เล่นใหม่ แล้วที่สำคัญ อย่าไปเล่นเซฟของคนอื่น เท่านั้น ก็มองโลกในมุมมองง่ายๆได้แล้วไม่ใช่หรอครับ  LOL

Avatar for ChatChie De Chapz

By: ChatChie De Chapz
on July 20th, 2007
at 11:42 PM

โอ้วมายกอด
หนุกำลังอยากอ่านอยู่พอดีเลยค่ะพี่ไวท์ ขอบคุณมากเลยค่ะ
ตอนอ่านก็เอะใจ เอ มันคุ้นๆนะ เหมือนตัวหนูเลย สิ่งที่เป็นทุกข์คือเรื่องของคนอื่น ไม่สบายใจแทนเค้า กังวลใจแทนเค้า เหนื่อยเหลือเกิน
หลังจากที่ใช้เวลาไปกับการกลุ้มใจแทนเขาแล้ว ยังกลุ้มใจกับเรื่องของตัวเองอีกเพราะไม่มีสมาธิเรียนหนังสือ สมาธิมันหายไปหมดแล้วเพราะเอาแต่กังวล แถม หลังจากกลุ้มแล้ว ยังมีเรื่องให้กลุ้มอีกเพราะเวลาที่เอาไปกลุ้มมันไม่ตั้งใจเรียน เรื่องที่เป็นปัญหาตามมาคือ ผลการเรียนตกฮวบเลย cry

ขอบคุณมากจริงๆค่ะพี่

Avatar for หน้ากากแสงจันทร์

By: หน้ากากแสงจันทร์
on July 21st, 2007
at 04:04 PM

ซาบซึ้งมาก ๆ เลยพี่ไวท์
ทุกอย่างอยู่ใจจริง ๆ เอ๊ะ ว่าแต่มัน เหมือนกระบี่อยู่ที่ใจเหมือนในหนังจีนป่ะค่ะ

อ่านแล้ว เข้าใจโลกได้ดีขึ้นเยอะเลยละค่ะ
เรนเองก็เคยผ่านเรื่องราวร้าย ๆ มาบ้าง แต่พอมองย้อนไป มันไร้สาระสุด ๆ เลยอ่ะพี่ไวท์
อารมณ์เดียวกะฝ้ายเรย พอโตขึ้นมา ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ก็จะมองโลกทะลุมากขึ้น

พี่ไวท์ เขียนได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ ชอบ ชอบ  grin

Avatar for rainnyk

By: rainnyk
on July 24th, 2007
at 09:58 PM

เหมือนที่ผมเพิ่งได้ไปเทรนนิ่งมาเลยครับ ทุกข์ไม่ได้เกิดจากใคร เพราะใครเลย ทุกข์เกิดขึ้นจาก “ใจ” เราเท่านั้น ผมก็เคยเจอเพื่อนที่เป็นกรณีแบบนี้ ตอนนั้นก็ได้แต่ด่าไป แต่เค้าก็ไม่ได้เชื่อฟังอะไร ในที่สุดเขาก็เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ต้องมาเสียใจ มาเจ็บ และเค้าก็จะเจอเหตุการณ์อย่างนี้ซ้ำๆ ซากๆ เหมือวังวนกลับมาเรื่อยๆ ก็ไม่เข้าใจนะครับว่าทำไมว่าทำไมเขาคิดไม่ได้ อาจเปนเพราะเค้าเป็นคนที่ “เลือก” จะใช้ “อารมณ์” มากกว่า “เหตุผล” ตามที่พี่ไวท์บอก คนเรานี่จะเดินผิดทางนี่ก็ง่ายนิดเดียวเลยนะครับ เพียงแค่ทำอะไรตาม “อารมณ์”

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ นะครับ อยากฟอร์เวิร์ดไปให้เพื่อนๆ ผมได้สติกันมั้งจัง รวมทั้งตัวผมด้วย ใช้ “อารมณ์” มากกว่าเหตุผลก็มีแต่ข้อเสียตามมาครับ พยายามเตือนสติตัวเองทุกวันนี้เวลาทำอะไร ก็คิดว่าจะมีใครข้างๆ เรา เสียใจไหม อย่าให้อารมณ์มาครอบงำจิตใจได้

ปล.ผ่านมา...ติดลมแถวนี้ ได้งัย - -

boo

Avatar for pandahappy

By: pandahappy
on November 2nd, 2007
at 04:00 AM

ใช่เลยครับ “อารมณ์” เนี่ยแหละที่ทำให้ผิดทิศผิดทางมาเยอะแล้ว
ยินดีครับที่เข้ามาคุยกัน และได้แลกเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องนี้
หวังว่าจะมีคนอื่น ๆ เข้ามาอ่านแล้วทำความเข้าใจกับชีวิตให้มากขึ้น

smile

Avatar for White

By: White
on November 2nd, 2007
at 10:04 AM

กรุณาล็อกอินก่อนแสดงความเห็นของคุณ...